การกำกับดูแลกิจการ

บริษัทฯ ได้ตระหนักถึงการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบและเป็นธรรม จึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการกำกับดูแล กิจการและบริหารจัดการที่ดี ที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และประสิทธิภาพในการจัดการ โดยมุ่งเน้นการส่งเสริม การเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งจะนำไปสู่สร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาวให้แก่บริษัทฯ ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ทั้งนี้การ กำกับดูแลกิจการจะทำให้การดำเนินงานของบริษัทฯ มีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายด้าน การกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน โดยนโยบายการกำกับดูแล กิจการที่ดีของบริษัทฯ จะได้รับการทบทวนเป็นประจำทุกปีโดยคณะกรรมการบรรษัทภิบาล สำหรับหลักเกณฑ์เรื่องใดที่ยังไม่ กำหนดเป็นนโยบายการกำกับดูแลที่ดีหรือยังไม่ได้นำมาปฏิบัติก็จะนำหัวข้อที่ยังไม่ได้กำหนด หรือไม่ได้ปฏิบัติตาม มาเพื่อพิจารณา กำหนดเพิ่มเติมหรือปรับปรุงและเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่ออนุมัติและนำไปประกาศใช้ต่อไป ทั้งนี้ ได้มีการปรับปรุง ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2560 ซึ่งได้นำกรอบแนวทางการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของกลุ่มประเทศ OECD (OECD Principles of Corporate Governance) มาปรับใช้ให้เข้ากับแนวปฏิบัติของบริษัทฯ ประกอบกับการปฏิบัติตาม หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Code : CG Code) ของสำนักงาน คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“ก.ล.ต.”) ปี 2560

จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของบริษัท




นโยบายการกำกับดูแลกิจการ

นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทฯ ประกอบด้วย

สิทธิของผู้ถือหุ้น

บริษัทฯได้ให้ความสำคัญต่อสิทธิของผู้ถือหุ้นในการได้รับข้อมูลของบริษัทฯ อย่างถูกต้อง ครบถ้วน เพียงพอ ทันเวลา และเท่าเทียมกัน เพื่อประกอบการตัดสินใจในทุก ๆ เรื่อง ดังนั้น คณะกรรมการบริษัทจึงมีนโยบายดังนี้

  1. ให้บริษัทฯ จัดส่งหนังสือนัดประชุมพร้อมทั้งข้อมูลประกอบการประชุมตามวาระต่าง ๆ ให้เพียงพอ โดยระบุ วัตถุประสงค์และเหตุผล ตลอดจนความเห็นของคณะกรรมการในทุกวาระ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้ศึกษา ข้อมูลอย่างครบถ้วนล่วงหน้าก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 30 วัน ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่สามารถเข้าร่วม ประชุมด้วยตนเองได้ บริษัทฯเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถมอบฉันทะให้กรรมการอิสระหรือบุคคลใดๆ เข้า ร่วมประชุมแทนตนได้ โดยใช้หนังสือมอบฉันทะที่บริษัทฯได้จัดส่งไปพร้อมกับหนังสือเชิญประชุม นอกจาก นี้ ผู้ถือหุ้นสามารถดาวน์โหลดหนังสือมอบฉันทะผ่านทางหน้าเว็บไซต์ของบริษัทได้อีกทางหนึ่ง
  2. อำนวยความสะดวกแก่ผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกันในการเข้าร่วมประชุมทั้งในเรื่องสถานที่ และเวลาที่ เหมาะสม
  3. ในการประชุมผู้ถือหุ้น จะพิจารณาและลงคะแนนเรียงตามวาระที่กำหนด โดยไม่เปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญ และเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นมีสิทธิเท่าเทียมกันในการตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทฯ สอบถาม แสดง ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่าง ๆ และกรรมการและผู้บริหารที่เกี่ยวข้องจะเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อ ตอบคำถามในที่ประชุมด้วย
  4. ให้เพิ่มช่องทางในการรับทราบข่าวสารของผู้ถือหุ้นผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ โดยนำข่าวสารต่าง ๆ และ รายละเอียดไว้ที่เว็บไซต์ของบริษัทฯ โดยเฉพาะ ในกรณีหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นให้เผยแพร่ก่อนวันประชุม ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถดาวน์โหลดข้อมูลระเบียบวาระการประชุมได้อย่างสะดวก และครบถ้วน
  5. นโยบายให้กรรมการ ผู้บริหารระดับสูง และผู้สอบบัญชีเข้าร่วมประชุมเพื่อตอบข้อซักถาม และรับทราบความ เห็นจากผู้ถือหุ้นโดยพร้อมเพรียงกัน
  6. การจดบันทึกรายงานการประชุม ให้บันทึกให้ครบถ้วน ถูกต้อง รวดเร็ว โปร่งใส และบันทึกประเด็นซักถาม และข้อคิดเห็นที่สำคัญไว้ในรายงานการประชุมเพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถตรวจสอบได้ นอกจากนี้ ให้บริษัทฯ นำรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นเผยแพร่ในเว็บไซต์ของบริษัทฯ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้พิจารณา รวมถึงส่งรายการ ประชุมดังกล่าวไปยังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใน 14 วัน นับแต่วันที่มีการประชุมผู้ถือหุ้นนั้น
  7. เพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้นในการได้รับเงินปันผลโดยการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร (ถ้ามีการจ่ายเงินปันผล) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นให้ได้รับเงินปันผลตรงเวลา ป้องกันปัญหาเรื่องเช็คชำรุด สูญหาย หรือส่ง ถึงผู้ถือหุ้นล่าช้า
  8. บริษัทฯ มีนโยบายเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถเสนอวาระการประชุมผู้ถือหุ้นและเสนอรายชื่อบุคคลที่มี คุณสมบัติเหมาะสมเพื่อรับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัทล่วงหน้า รวมทั้งสามารถส่งคำถามที่ ต้องการให้ชี้แจงในประเด็นของระเบียบวาระที่นำเสนอได้ล่วงหน้า เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับประโยชน์สูงสุดจาก การประชุม รวมทั้งเป็นการรักษาสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหุ้นอย่างเต็มที่ โดยสามารถจัดส่งผ่านจดหมาย อิเล็กทรอนิกส์ หรือโทรสารถึงเลขานุการบริษัท
  9. กำหนดนโยบายการพิจารณาค่าตอบแทนกรรมการ โดยจะพิจารณาจากหน้าที่ ความรับผิดชอบ ความสำเร็จ ในการปฏิบัติงานที่เชื่อมโยงกับผลประกอบการ และปัจจัยแวดล้อมอื่นที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนพิจารณา เปรียบเทียบกับอัตราค่าตอบแทนของบริษัทอื่นๆ ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันหรือใกล้เคียง ทั้งนี้ ค่าตอบแทน ของคณะกรรมการจะได้รับการพิจารณาและกลั่นกรองจากคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทน ก่อนนำเสนอคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาอนุมัติ

การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน

บริษัทฯได้กำหนดให้มีการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน ดังนั้น คณะกรรมการบริษัทจึงมีนโยบายดังนี้

  1. ให้บริษัทฯจัดส่งหนังสือนัดประชุมพร้อมทั้งข้อมูลประกอบการประชุมตามวาระต่างๆ อย่างเพียงพอ ให้ผู้ถือ หุ้นทราบล่วงหน้าก่อนการประชุมไม่น้อยกว่า 21 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้ศึกษาข้อมูลอย่างครบถ้วน ก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น
  2. กำหนดให้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมเป็นไปตามจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นถืออยู่ โดยหนึ่งหุ้นมีสิทธิเท่ากับหนึ่งเสียง นอกจากนี้ บริษัทยังให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุมภายหลังจากได้เริ่มประชุมแล้ว มีสิทธิออกเสียงลง คะแนนสำหรับวาระที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาและยังไม่ได้มีการลงมติ และนับเป็นองค์ประชุมตั้งแต่วาระ ที่ได้เข้าประชุมและออกเสียงเป็นต้นไป
  3. ในวาระเลือกตั้งกรรมการแทนกรรมการที่ออกตามวาระ บริษัทฯ มีนโยบายเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นลงคะแนน เสียงเลือกตั้งกรรมการเป็นรายบุคคล ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นมีสิทธิเลือกกรรมการที่ต้องการได้อย่าง แท้จริง โดยบริษัทฯ จะแนบรายละเอียดเกี่ยวกับกรรมการแต่ละคนที่ได้รับการเสนอเข้ารับการเลือกตั้งที่มี ข้อมูลเพียงพอที่ผู้ถือหุ้นสามารถใช้ประกอบการพิจารณา
  4. บริษัทฯ จะเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยที่มีสัดส่วนการถือหุ้นขั้นต่ำไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.05 ของหุ้นที่ชำระ แล้วทั้งหมดและถือหุ้นดังกล่าวต่อเนื่องมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 12 เดือน สามารถเสนอระเบียบวาระการ ประชุมในการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี รวมทั้งเสนอชื่อผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าเป็นกรรมการเพื่อพิจารณา แต่งตั้งได้ โดยสามารถจัดส่งผ่านจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือโทรสารถึงเลขานุการของบริษัท
  5. กำหนดมาตรการการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในโดยมิชอบ (Insider Trading) ของบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหมายถึง คณะกรรมการ ผู้บริหารระดับสูง และพนักงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลของบริษัทฯ (รวมทั้งคู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าว)
  6. กำหนดนโยบายเกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์บนหลักการที่ว่า การตัดสินใจใดๆ ของบุคลากรทุก ระดับในการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจ ต้องทำเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ และถือเป็นหน้าที่ของบุคลากร ทุกคนที่ต้องหลีกเลี่ยงการมีส่วนเกี่ยวข้องทางการเงิน และ/หรือความสัมพันธ์กับบุคคลภายนอกอื่นๆ ซึ่งจะ ส่งผลให้บริษัทฯ ต้องเสียผลประโยชน์ หรือก่อให้เกิดความขัดแย้งในด้านผลประโยชน์ หรือขัดขวางการปฏิบัติ งานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกำหนดให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวโยงกับรายการที่พิจารณา ต้องแจ้งให้ บริษัทฯ ทราบถึงความสัมพันธ์หรือการเกี่ยวโยงของตนในรายการดังกล่าว และต้องไม่เข้าร่วมการพิจารณา ตัดสิน รวมถึงไม่มีอำนาจอนุมัติในธุรกรรมนั้นๆ และในการอนุมัติใดๆ สำหรับกรณีดังกล่าวต้องยึดถือ หลักการ และไม่ให้มีการกำหนดเงื่อนไขหรือข้อกำหนดพิเศษจากปกติ
  7. ให้เพิ่มการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ด้วยตนเอง โดยให้ผู้ถือหุ้นสามารถ มอบฉันทะให้บุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือให้มีกรรมการอิสระอย่างน้อย 1 คน เข้าร่วมประชุมและลงมติแทนได้ และแจ้งรายชื่อกรรมการอิสระดังกล่าวไว้ในหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น
  8. ให้ปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกันไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้ถือหุ้นส่วนน้อย ไม่ว่าจะเป็น ผู้ถือหุ้นชาวไทยหรือผู้ถือหุ้นต่างชาติ

การกำกับดูแลความขัดแย้งทางผลประโยชน์

บริษัทฯให้ความสำคัญต่อการพิจารณารายการต่าง ๆ อย่างโปร่งใส และเป็นประโยชน์ต่อบริษัทฯเป็นสำคัญ ดังนั้น จึงให้ความสำคัญต่อการป้องกันรายการที่อาจเป็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์ รายการที่เกี่ยวโยงกัน หรือรายการระหว่างกัน โดยมีนโยบายซึ่งสรุปสาระสำคัญได้ดังต่อไปนี้

  1. ผู้บริหารและพนักงานต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณของบริษัทฯ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องยึดถือปฏิบัติโดย เคร่งครัด เพื่อเป็นที่เชื่อถือและไว้วางใจของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย และจัดให้มีการเผยแพร่ข้อมูลความเข้าใจ ในการถือปฏิบัติของพนักงานทั่วทั้งบริษัทฯ
  2. กรรมการบริษัทและผู้บริหารต้องแจ้งให้บริษัทฯทราบถึงความสัมพันธ์หรือรายการเกี่ยวโยงในกิจการที่อาจ ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์
  3. มีการนำเสนอรายการที่เกี่ยวโยงกันต่อคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อพิจารณาให้ความเห็นก่อนเสนอขออนุมัติ ต่อคณะกรรมการบริษัท ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และดูแลให้มีการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนด

บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทฯ ตระหนักและรับรู้ถึงสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นผู้มีส่วนได้เสียภายใน ได้แก่ พนักงาน ผู้ถือหุ้น และผู้มี ส่วนได้เสียภายนอก ได้แก่ ลูกค้า คู่ค้า เจ้าหนี้ คู่แข่งทางการค้า ภาครัฐ และหน่วยงานอื่นๆ รวมทั้งชุมชนใกล้เคียงที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากบริษัทฯ ได้รับการสนับสนุนจากผู้มีส่วนได้เสียต่างๆ ซึ่งสร้างความสามารถในการแข่งขันและสร้างกำไรให้บริษัทฯ ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างคุณค่าในระยะยาวให้กับบริษัทฯ โดยมีการกำหนดนโยบาย ดังนี้

  1. นโยบายและแนวปฏิบัติต่อพนักงาน
    บริษัทฯ ตระหนักว่า พนักงานเป็นทรัพยากรที่มีค่าไม่ว่าจะทำงานอยู่ในส่วนใดและเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จ ของการบรรลุเป้าหมายของบริษัทฯที่มีคุณค่ายิ่ง จึงเป็นนโยบายของบริษัทฯที่จะให้การปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเป็นธรรมทั้งใน ด้านโอกาส ผลตอบแทน การแต่งตั้ง โยกย้าย ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายดังกล่าว บริษัทฯจึงมีหลัก ปฏิบัติดังนี้ี้
    1. ปฏิบัติต่อพนักงานด้วยความสุภาพ และให้ความเคารพต่อความเป็นปัจเจกชน
    2. ให้ผลตอบแทนที่เป็นธรรมต่อพนักงาน รวมทั้งมีการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงาน และให้ความ สำคัญในด้านการดูแลสวัสดิการของพนักงาน
    3. ดูแลรักษาสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีความปลอดภัยต่อชีวิต และทรัพย์สินของพนักงาน และมี สุขอนามัยในสถานที่ทำงาน
    4. การแต่งตั้ง โยกย้าย รวมถึงการให้รางวัลและการลงโทษพนักงาน กระทำด้วยความสุจริตใจ และตั้งอยู่ บนพื้นฐานความรู้ ความสามารถ และความเหมาะสมของพนักงานนั้น
    5. ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาความรู้ ความสามารถ และทักษะของพนักงาน โดยส่งเสริมให้พนักงานได้ รับการอบรม สัมมนา ทั้งจากภายในและภายนอกบริษัท และให้โอกาสอย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอ เพื่อ พัฒนาความสามารถของพนักงานให้เกิดศักยภาพในการปฏิบัติงานอย่างมืออาชีพ รวมตลอดจนจัดให้ มีการตั้งงบประมาณในการฝึกอบรมประจำปีในด้านต่างๆ ให้แก่พนักงาน เพื่อให้พนักงานได้รับการ พัฒนาจนมีความเชี่ยวชาญ ความชำนาญ และความสามารถในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    6. รับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานความรู้ทางวิชาชีพของพนักงาน
    7. ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพนักงานอย่างเคร่งครัด
    8. พิจารณาให้ผลตอบแทนที่เป็นธรรมต่อพนักงาน และเหมาะสม โดยพิจารณาทั้งจากความรู้ความสามารถ คุณสมบัติของพนักงาน และความเหมาะสมตามผลการปฏิบัติงาน การวัดและประเมินผลการปฏิบัติ งานเป็นรายบุคคลตามเกณฑ์ Balanced Scorecard การสำรวจกับตลาดแรงงานภายนอกทั้งภายใน ธุรกิจเดียวกันและธุรกิจอื่นๆ รวมถึงผลการดำเนินธุรกิจจากความสามารถในการทำกำไรในแต่ละปีของ บริษัท
  2. นโยบายและแนวปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้น
    บริษัทฯระลึกอยู่เสมอว่าผู้ถือหุ้น คือ เจ้าของกิจการ และบริษัทฯมีหน้าที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะ ยาว จึงกำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานต้องปฏิบัติตามแนวทางดังต่อไปนี้ี้
    1. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ตลอดจนตัดสินใจดำเนินการใดๆ ตามหลักการของวิชาชีพ ด้วย ความระมัดระวัง รอบคอบ และเป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้นทั้งรายใหญ่และรายย่อย เพื่อประโยชน์สูงสุดของ ผู้ถือหุ้นโดยรวม
    2. นำเสนอรายงานสถานภาพของบริษัทฯ ผลประกอบการ ฐานะข้อมูลทางการเงิน การบัญชี และรายงาน อื่น ๆ โดยสม่ำเสมอ และครบถ้วนตามความเป็นจริง
    3. ห้ามไม่ให้แสวงหาผลประโยชน์ให้ตนเอง และผู้อื่นโดยใช้ข้อมูลใดๆ ของบริษัทฯ ซึ่งยังมิได้เปิดเผยต่อ สาธารณะ หรือดำเนินการใด ๆ ในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับบริษัทฯ
  3. นโยบายและแนวปฏิบัติต่อลูกค้า
    บริษัทฯตระหนักถึงความสำคัญของลูกค้า จึงได้กำหนดนโยบายในการปฏิบัติต่อลูกค้าดังนี้ี้
    1. บริการลูกค้าด้วยความสุภาพ มีความกระตือรือร้น พร้อมให้การบริการ ต้อนรับด้วยความจริงใจ เต็มใจ ตั้งใจ และใส่ใจ ดูแลผู้รับบริการดุจญาติสนิท บริการด้วยความรวดเร็ว ถูกต้อง และน่าเชื่อถือ
    2. รักษาความลับของลูกค้า และไม่นำไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง หรือผู้ที่เกี่ยวข้องโดยมิชอบ
    3. ให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง เพียงพอ และทันต่อเหตุการณ์แก่ลูกค้า เพื่อให้ทราบเกี่ยวกับบริการที่บริษัทฯ ให้กับลูกค้า โดยไม่มีการโฆษณาเกินความเป็นจริงที่เป็นเหตุให้ลูกค้าเข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณภาพ หรือ เงื่อนไขใดๆ ของบริการของบริษัทฯ
    4. ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการให้บริการของบริษัทฯ ให้มีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์กับลูกค้าสูงสุด
  4. นโยบายและแนวปฏิบัติต่อคู่ค้า และ/หรือ เจ้าหนี้
    บริษัทฯ มีนโยบายให้พนักงานปฏิบัติต่อคู่ค้า และ/หรือเจ้าหนี้ทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรม ซื่อสัตย์ และไม่เอารัด เอาเปรียบคู่ค้า โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ พื้นฐานของการได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรมทั้งสองฝ่าย หลีกเลี่ยง สถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การเจรจาแก้ปัญหาตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสัมพันธ์ทางธุรกิจ โดยมีแนว ปฏิบัติดังนี้
    1. ไม่เรียก หรือรับ หรือจ่ายผลประโยชน์ใดๆ ที่ไม่สุจริตในการค้ากับคู่ค้า และ/หรือ เจ้าหนี้
    2. กรณีที่มีข้อมูลว่ามีการเรียก หรือรับ หรือการจ่ายผลประโยชน์ใดๆ ที่ไม่สุจริตเกิดขึ้น ต้องเปิดเผย รายละเอียดต่อคู่ค้า และ/หรือ เจ้าหนี้ และร่วมกันแก้ไขปัญหาโดยยุติธรรมและรวดเร็ว
    3. ปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆ ที่ตกลงกันไว้อย่างเคร่งครัด กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อใดได้ ต้อง รีบแจ้งให้เจ้าหนี้ทราบล่วงหน้า เพื่อร่วมกันพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหา
  5. นโยบายและแนวปฏิบัติต่อคู่แข่งขัน
    บริษัทฯ มีนโยบายที่จะปฏิบัติต่อคู่แข่งทางการค้า โดยไม่ละเมิดความลับหรือล่วงรู้ความลับทางการค้าของ คู่แข่งขันด้วยวิธีฉ้อฉล จึงกำหนดหลักนโยบายดังนี้ี้
    1. ประพฤติปฏิบัติภายใต้กรอบกติกาของการแข่งขันที่ดี
    2. ไม่แสวงหาข้อมูลที่เป็นความลับของคู่แข่งทางการค้าด้วยวิธีการที่ไม่สุจริตหรือไม่เหมาะสม
    3. ไม่ทำลายชื่อเสี่ยงของคู่แข่งทางการค้าด้วยการกล่าวหาในทางร้าย
  6. นโยบายและแนวปฏิบัติต่อสังคม / ชุมชน
    บริษัทฯมีนโยบายที่จะดำเนินธุรกิจที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ และสังคม และยึดมั่นการปฏิบัติตนเป็น พลเมืองที่ดี และปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในอันที่จะส่งเสริมและยกระดับ คุณภาพชีวิตของสังคมและชุมชน
    นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายการคืนกำไรให้กับสังคม โดยจะจัดงบประมาณส่วนหนึ่งจากรายได้ของ บริษัทฯ เพื่อให้การสนับสนุนกิจกรรมอันเป็นคุณประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการศึกษาตามโอกาสที่เหมาะ สม โดยเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน และจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ทั้งนี้ในปี 2558 บริษัทฯ ได้มอบเงินสนับสนุน การศึกษา อุปกรณ์การศึกษา ของใช้ที่จำเป็นต่างๆ พร้อมกับจัดเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับเด็กๆ ในโรงเรียนในชุมชนที่อยู่ในบริเวณ ที่บริษัทฯ ได้ไปลงทุน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้จัดกิจกรรมภายในองค์กรเพื่อส่งเสริม และปลูกจิตสำนึกพนักงานทุกระดับ ในด้าน การแบ่งปัน เช่น กิจกรรมรับบริจาคปฏิทินตั้งโต๊ะเก่าเพื่อส่งให้มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยนำไปใช้ทำสื่อการเรียนการสอน แก่ผู้พิการทางสายตา กิจกรรมทำบุญทอดกฐินสามัคคี เป็นต้น

    นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายการคืนกำไรให้กับสังคม โดยจะจัดงบประมาณส่วนหนึ่งจากรายได้ ของบริษัทฯ เพื่อให้การสนับสนุนกิจกรรมอันเป็นคุณประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการศึกษาตามโอกาส ที่เหมาะสม โดยเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน และจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ทั้งนี้ในปี 2561 บริษัทฯ ได้มอบเงิน สนับสนุนการศึกษา อุปกรณ์การศึกษา ของใช้ที่จำเป็นต่างๆ พร้อมกับจัดเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับเด็กๆ ในโรงเรียนในชุมชนที่ อยู่ในบริเวณที่บริษัทฯ ได้ไปลงทุน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้จัดกิจกรรมภายในองค์กรเพื่อส่งเสริม และปลูกจิตสำนึกพนักงาน ทุกระดับ ในด้านการแบ่งปัน เช่น กิจกรรมรับบริจาคปฏิทินตั้งโต๊ะเก่าเพื่อส่งให้มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยนำไปใช้ทำ สื่อการเรียนการสอนแก่ผู้พิการทางสายตา กิจกรรมทำบุญทอดกฐินสามัคคี เป็นต้น
     
  7. นโยบายเกี่ยวกับการดูแลความปลอดภัยและสุขอนามัยของพนักงาน
    บริษัทฯ มีนโยบายให้ความสำคัญในการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมการทำงานให้มีความปลอดภัยต่อชีวิต และ ทรัพย์สินของพนักงานอยู่เสมอ และยึดมั่นปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานอย่างเคร่งครัด เช่น การจัดการอาคารสถานที่ และ อุปกรณ์ในการทำงานให้เหมาะสมและถูกสุขลักษณะ การจัดให้มีบริการด้านการรักษาพยาบาลที่จำเป็น การกำหนดให้พนักงาน ทุกคนต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันภัยทุกครั้งที่เข้าไปปฏิบัติงานภายในหน่วยงานก่อสร้าง รวมทั้งการส่งเสริมให้พนักงานทุกระดับ เห็นคุณค่าและความสำคัญของการออกกำลังกาย และปฏิบัติจนเป็นนิสัย โดยบริษัทฯ ได้จัดให้มีสวัสดิการด้านการดูแลสุขภาพ ให้กับพนักงานอย่างเหมาะสม อาทิ โครงการกีฬาทุกวันอังคารและวันพฤหัสบดี โครงการตรวจสุขภาพประจำปี เป็นต้น
     
  8. นโยบายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
    บริษัทฯ มีนโยบายที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ที่เสริมสร้างคุณภาพ อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนรักษาสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของพนักงานอยู่เสมอ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญด้านการให้ความรู้และฝึกอบรมพนักงานในเรื่องสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การ ลดปริมาณขยะด้วยการนำกระดาษที่ใช้แล้ว 1 หน้ากลับมาใช้หน้าที่ 2 การนำแฟ้มที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ รวมทั้งมีการรณรงค์ปิด ไฟฟ้าระหว่างช่วงพักเที่ยง หรือเลิกใช้แล้วในระหว่างวัน การใช้บันไดแทนการใช้ลิฟท์ รวมถึงการดูแลปรับปรุงอุปกรณ์ต่างๆ ให้ อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เพื่อสร้างความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน และยังเป็นพัฒนาประสิทธิภาพในการ ทำงานของพนักงานทั่วทั้งองค์กร

    บริษัทฯ กำหนดให้พนักงานยึดถือและปฏิบัติงานให้เป็นไปตามระเบียบ ข้อบังคับ กฎหมาย นโยบาย ข้อกำหนดและมาตรฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และด้านสิ่งแวดล้อม ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด และได้ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ ขั้นตอนวิธีปฏิบัติ และข้อควรระวังต่างๆ ตลอดจนการนำไปปฏิบัติอย่างถูก ต้อง ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ ทรัพย์สินและสิ่งแวดล้อม และมีการพัฒนา ทบทวน แก้ไข การมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบ ต่อสังคมด้านความปลอดภัย ชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยได้จัดทำแผนงานการฝึกอบรมให้ความรู้ เกี่ยวกับกฎหมาย การปฏิบัติการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งฝึกอบรมภายในและภายนอกเป็นประจำทุกปี โดยมีหลักสูตรดังนี้ นโยบาย ระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม การสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย การบ่งชี้ลักษณะปัญหาด้าน สิ่งแวดล้อม และกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม

    นอกจากนี้ บริษัทในกลุ่มบริษัทได้นำระบบ ISO 14001:2004 ISO 9001:2008 และ CSR DIW ที่อยู่ภายใต้ การควบคุมของกรมโรงงานอุตสาหกรรม เข้ามาใช้ในทุกขั้นตอนของการทำงาน เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้รับสินค้าและบริการ ที่มีคุณภาพสูงสุดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อันเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR)
     
  9. นโยบายและแนวปฏิบัติด้านทรัพย์สินทางปัญญา
    บริษัทฯ มีนโยบายชัดเจนที่จะไม่กระทำการใดๆ ที่จะเป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ไม่ว่าจะเป็นทาง ด้านลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร หรือเครื่องหมายการค้า ความลับทางการค้า และทรัพย์สินปัญญาด้านอื่นที่กฎหมายกำหนด อาทิ การใช้ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง โดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทุกชนิดจะต้องผ่านการตรวจสอบและลงโปรแกรมโดยฝ่าย เทคโนโลยีสารสนเทศเท่านั้น เพื่อป้องกันการใช้ซอฟแวร์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ เป็นต้น
     
  10. นโยบายและแนวปฏิบัติด้านการเคารพกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชน
    บริษัทฯ มีนโยบายต่อต้านการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนทุกกรณี เพื่อให้สอดคล้องกับสังคมซึ่ง เป็นสังคมระบบนิติรัฐ ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย ซึ่งมีแนวปฏิบัติ คือ
    1. บริษัทฯ ให้ความเคารพนับถือและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายด้วยความเป็นธรรม บนพื้นฐานของ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่แบ่งแยกถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ เพศ อายุ สีผิว ศาสนา สภาพ ร่างกาย ฐานะ ชาติตระกูล ตลอดจนส่งเสริมให้มีการเฝ้าระวังการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสิทธิ มนุษยชนภายในบริษัทฯ
    2. ต่อต้านการกระทำใดๆ อันเป็นการแสวงหาประโยชน์จากการค้ามนุษย์ การใช้แรงงานเด็กซึ่งมีอายุต่ำ กว่าเกณฑ์ที่กฎหมายแรงงานกำหนด และจะไม่ทำธุรกรรมใดๆ กับผู้ผลิตสินค้า หรือบริการที่กระทำ การดังกล่าว
    3. ดำเนินการสนับสนุน เคารพปกป้องสิทธิมนุษยชน โดยตรวจสอบและควบคุมมิให้การดำเนินทางธุรกิจ ของบริษัทฯ ซึ่งกระทำกับบุคคลภายนอกเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงไม่กระทำการอันเป็นการละเมิดสิทธิของพนักงานซึ่งได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย
  11. นโยบายและแนวทางปฏิบัติด้านการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น
    บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ดังนี้ี้
    1. จัดโครงสร้างการบริหารงานให้มีการถ่วงดุลอำนาจกันอย่างเหมาะสมระหว่างฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายบัญชี ฝ่าย จัดการ และฝ่ายตรวจสอบ เพื่อไม่เปิดโอกาสให้มีการใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ
    2. จัดให้มีการฝึกอบรมแก่พนักงานเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับนโยบายและแนวปฏิบัติในการต่อต้านการทุจริต ของบริษัทฯ
    3. ให้การสนับสนุนและร่วมมือกับองค์กรภาครัฐ เอกชน และหน่วยงานกำกับดูแล รวมถึงทุกภาคส่วน ของสังคมไทย เพื่อจุดมุ่งหมายในการลดคอร์รัปชั่น และยกระดับการพัฒนาประเทศ
    4. ห้ามมิให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานยอมรับการทุจริตทุกรูปแบบทั้งทางตรงและทางอ้อม ได้แก่ การรับสิ่งของ การให้สิ่งของ ของขวัญ การเลี้ยงรับรอง เงินเรี่ยไร เงินบริจาค และผลประโยชน์อื่นใด ให้แก่ตนเองจากบุคคลที่ทำธุรกิจกับบริษัทฯ

    ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้แสดงเจตนารมณ์เป็นแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งจัดโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ร่วมกับหอการค้าไทย หอการค้านานาชาติ สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย สมาคมธนาคารไทย และได้รับการรับรองฐานะสมาชิกจากที่ประชุมคณะกรรมการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการ ต่อต้านทุจริต (Thai CAC) เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2560 โดยคณะกรรมการตรวจสอบได้ทำหน้าที่กำกับดูแลตามแนวนโยบายการ ต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น และได้มอบหมายให้ฝ่ายตรวจสอบภายในประเมินความเสี่ยงและติดตามการประเมินผลการปฏิบัติตาม นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น และได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์และมาตรการลดความเสี่ยงเกี่ยวกับการทุจริต

    นอกจากนี้ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เปิดช่องทางให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถแจ้งเบาะแส ข้อเสนอแนะ หรือร้องเรียน กรณีเกี่ยวกับการทุจริต หรือการกระทำใดอันไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ ต่อคณะกรรมการตรวจสอบ และ/หรือ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทฯ ได้โดยตรง โดยส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์มายังที่อยู่ตามด้านล่างนี้

    ก) ส่งไปยังคณะกรรมการตรวจสอบทั้งคณะ Email : auditcommittee@wha.co.th
    ข) ส่งไปยังประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Email : info@wha.co.th

    บริษัทฯ คำนึงถึงความปลอดภัยและความเสียหายของผู้ร้องเรียน โดยให้ความมั่นใจว่าจะไม่เปิดเผยชื่อตัว ชื่อสกุล ที่อยู่ ภาพ หรือข้อมูลอื่นใดที่จะสามารถระบุตัวผู้แจ้งได้ และผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจะได้รับการบรรเทาความ เสียหายด้วยกระบวนการที่มีความเหมาะสมและเป็นธรรม

การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

คณะกรรมการบริษัทมีนโยบายที่จะเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศทางการเงินและอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับธุรกิจและผลประกอบ การของบริษัทฯที่ตรงต่อความเป็นจริง ครบถ้วน เพียงพอ สม่ำเสมอ ทันเวลา แสดงให้เห็นถึงสถานภาพทางการเงินและการ ประกอบการที่แท้จริงของบริษัทฯ รวมทั้งอนาคตของธุรกิจของบริษัทฯ

คณะกรรมการบริษัทมุ่งมั่นที่จะดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ และระเบียบที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการเปิด เผยข้อมูลและความโปร่งใสอย่างเคร่งครัด จัดให้มีการเผยแพร่ข้อมูลในเว็บไซต์ของบริษัทฯ สื่อเผยแพร่ของตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทย เพื่อให้ผู้ถือหุ้น และผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ได้รับทราบข้อมูลของบริษัทฯได้อย่างทั่วถึง และจะทำการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ให้สอดคล้องกับแนวทางที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ประกาศใช้บังคับ

บริษัทฯจัดให้มีเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่ติดต่อสื่อสารกับนักลงทุนหรือผู้ถือหุ้น รวมถึงนักลงทุนสถาบันและผู้ถือหุ้น รายย่อย บริษัทฯจะจัดให้มีการประชุมเพื่อวิเคราะห์ผลการดำเนินงานเป็นประจำ รวมทั้งจะเผยแพร่ข้อมูลขององค์กร ทั้งข้อมูล ทางการเงินและข้อมูลทั่วไปให้แก่ผู้ถือหุ้น นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทฯจัดอันดับความน่าเชื่อถือ และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ผ่านทางช่องทางต่าง ๆ ได้แก่ การรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์ และเว็บไซต์ของบริษัทฯ นอกจากนี้ บริษัทฯยังให้ความสำคัญในการเปิดเผยข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผู้ถือ หุ้นได้รับข่าวสารเป็นประจำ โดยผ่านช่องทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ ข้อมูลที่อยู่บนเว็บไซต์จะมีการปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นวิสัยทัศน์ พันธกิจ งบการเงิน ข่าวประชาสัมพันธ์ รายงานประจำปี โครงสร้างบริษัทฯ และผู้บริหาร โครงสร้างการ ถือหุ้นและผู้ถือหุ้นรายใหญ่

นอกจากนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อรายงานทางการเงิน เพื่อให้แสดงถึงสถานะทางการเงินและผลการประกอบ การที่แท้จริงของบริษัทฯ โดยอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลทางบัญชีที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเพียงพอตามมาตรฐานการบัญชีซึ่งเป็นที่ ยอมรับโดยทั่วไป บริษัทฯ จะเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับกรรมการแต่ละท่าน ตลอดจนบทบาทและหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อยของบริษัทฯ ในรายงานประจำปี (แบบ 56-2) และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) และ จะเปิดเผยค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหารระดับสูงในรายงานประจำปี (แบบ 56-2) และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำ ปี (แบบ 56-1) ของบริษัทฯ

ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

  1. โครงสร้างคณะกรรมการบริษัท
    คณะกรรมการบริษัทมีความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ การกำกับดูแลกิจการ ให้เป็นไปตามเป้าหมายและแนวทางที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของ ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย

    โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 คณะกรรมการของบริษัท มีจำนวน 12 ท่าน ประกอบด้วย
    1. กรรมการที่มีส่วนร่วมในการบริหาร จำนวน 8 ท่าน
    2. กรรมการที่ไม่มีส่วนร่วมในการบริหารจำนวน 4 ท่าน ซึ่งในกรรมการที่ไม่มีส่วนร่วมในการบริหารนี้จะ มีกรรมการตรวจสอบรวมอยู่ด้วยจำนวน 4 ท่าน

    ทั้งนี้ แม้ว่าประธานกรรมการบริษัทฯ และ ประธานกรรมการบริหาร เป็นบุคคลเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตาม การพิจารณาในเรื่องสำคัญจะมีคณะกรรมการบริหารพิจารณากลั่นกรอง และหากเกินกว่าอำนาจคณะกรรมการบริหารจะต้องนำเสนอขออนุมัติต่อคณะกรรมการบริษัท นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้จัดให้มีขอบเขตอำนาจหน้าที่ของ คณะกรรมการบริษัทฯ คณะกรรมการชุดย่อยชุดต่างๆ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารที่เป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อกำหนดขอบเขตการดำเนินงานและความ รับผิดชอบของคณะกรรมการชุดต่างๆ ที่ชัดเจน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทฯ มีการความโปร่งใส และรัดกุมในการตัดสินใจ
     
  2. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทฯ
    คณะกรรมการบริษัทฯ มีหน้าที่ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัทฯ และมติที่ ประชุมผู้ถือหุ้น โดยปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและ ผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และเพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของบริษัทฯ เป็นไปในทิศทาง ที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย คณะกรรมการบริษัทจะดูแลให้มีการจัดทำวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย นโยบาย ทิศทางการดำเนินงาน แผนกลยุทธ์ แผนงาน และงบประมาณประจำปีของ บริษัทฯ โดยคณะกรรมการบริษัทจะร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อให้เกิดความเข้าใจในภาพรวมของธุรกิจร่วม กันก่อนที่จะพิจารณาอนุมัติ และติดตามให้มีการบริหารงานเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยจะยึดถือ แนวทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
  3. การสรรหากรรมการบริษัทฯ
    คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทนเป็นผู้พิจารณาการคัดเลือกกรรมการบริษัท โดยคำนึงและ พิจารณาถึงความหลากหลายทางคุณสมบัติ ประสบการณ์ ความเหมาะสม และความสามารถในการปฏิบัติ งานในฐานะกรรมการของบริษัทฯ ซึ่งการเสนอกรรมการใหม่จะต้องเป็นไปตามข้อกฎหมายพระราชบัญญัติ มหาชนจำกัด โดยมีหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการดังต่อไปนี้ี้
    1. ผู้ที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการบริษัทฯ จะต้องบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ในการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งกรรมการที่มีทักษะวิชาชีพ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน พื้นฐานการศึกษา อายุที่เหมาะสม และเพศ
    2. ภาวะความเป็นผู้นำ มีวิสัยทัศน์กว้างไกล รวมทั้งมีคุณธรรม จริยธรรม ตลอดจนมีทัศนคติที่ดีต่อองค์กร สามารถอุทิศเวลาให้ได้อย่างเพียงพออันเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินกิจการของบริษัทฯ
    3. ไม่เป็นบุคคลที่ถูกขึ้นบัญชีดำ (Black List) จากองค์กรใดๆ (รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการกำกับ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) หรือเคยถูกตัดสินในความผิดทางอาญา
    4. กรณีกรรมการอิสระ ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจะต้องมีคุณสมบัติเข้าตามหลักเกณฑ์คุณสมบัติของกรรมการ อิสระ
    5. พิจารณาถึงคุณสมบัติอื่นๆ ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับองค์ประกอบและโครงสร้างของกรรมการตาม กลยุทธ์ทางธุรกิจของบริษัท ผ่านกระบวนการที่โปร่งใส และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ถือหุ้น

    หลังจากคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมจะเป็นกรรมการบริษัทแล้ว คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทน จะเสนอชื่อบุคคลดังต่อที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาแต่งตั้งตามขั้นตอนของกฎหมาย และ ในกรณีที่จะต้องได้รับความ เห็นชอบจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นในการแต่งตั้งกรรมการดังกล่าว คณะกรรมการจะเสนอชื่อให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติิ

    สำหรับการสรรหากรรมอิสระ กรรมการอิสระจะประกอบด้วยบุคคลผู้มีความรู้ด้านการเงิน เศรษฐศาสตร์ การบัญชี การบริหารรัฐกิจ และธุรกิจแขนงอื่นอย่างหลากหลายหลายแขนงเป็นอย่างดี เหมาะสมต่อการเป็นองค์ประกอบของ มาตรการปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและอื่นๆ กรรมการอิสระจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้ซึ่งจะเข้มกว่าคุณสมบัติที่กำหนดไว้ ในข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
    1. ถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 0.5 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง ทั้งนี้ ให้นับรวมการถือหุ้นของผู้ที่เกี่ยวข้องของกรรมการ อิสระรายนั้น ๆ ด้วย
    2. ไม่เป็นหรือเคยเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่ได้เงินเดือนประจำ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน หรือ นิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อน วันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงาน
    3. ไม่เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิต หรือโดยการจดทะเบียนตามกฎหมาย ในลักษณะที่เป็น บิดามารดา คู่สมรส พี่น้อง และบุตรรวมทั้งคู่สมรสของบุตร ของผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอำนาจ ควบคุม หรือบุคคลที่จะได้รับการเสนอให้เป็นผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ หรือบริษัท ย่อย
    4. ไม่มีหรือเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่ อาจมีความขัดแย้ง ในลักษณะที่อาจเป็นการขัดขวางการใช้วิจารณญาณอย่างอิสระของตน รวมทั้งไม่ เป็นหรือเคยเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการซึ่งไม่ใช่กรรมอิสระ หรือผู้บริหาร ของผู้ที่มีความสัมพันธ์ ทางธุรกิจกับบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง เว้นแต่จะ ได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงาน

      ความสัมพันธ์ทางธุรกิจ รวมถึงการทำรายการทางการค้าที่กระทำเป็นปกติเพื่อประกอบกิจการ การ เช่าหรือให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ รายการเกี่ยวกับสินทรัพย์หรือบริการหรือการให้หรือรับความช่วยเหลือ ทางการเงิน ด้วยการรับหรือให้กู้ยืม ค้ำประกัน การให้สินทรัพย์เป็นหลักประกันหนี้สิน รวมถึง พฤติการณ์อื่นทำนองเดียวกัน ซึ่งเป็นผลให้ผู้ขออนุญาตหรือคู่สัญญาภาระหนี้สินที่ต้องชำระต่ออีกฝ่าย หนึ่ง ตั้งแต่ร้อยละสามของสินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิของผู้ขออนุญาตหรือตั้งแต่ยี่สิบล้านบาทขึ้นไป แล้ว แต่จำนวนใดจะต่ำกว่า ทั้งนี้การคำนวณภาระหนี้สินดังกล่าวให้เป็นไปตามวิธีการคำนวณมูลค่าของ รายการที่เกี่ยวโยงกันตามประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าด้วยการเปิดเผย ข้อมูลและการปฎิบัติการของบริษัทจดทะเบียนในรายการที่เกี่ยวโยงกัน โดยอนุโลม แต่ในการพิจารณา ภาระหนี้ดังกล่าว ให้นับรวมภาระหนี้สินที่เกิดขึ้นในระหว่างหนึ่งปีก่อนวันที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจ กับบุคคลเดียวกัน
    5. ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมี ความขัดแย้ง และไม่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการซึ่งไม่ใช่กรรมการอิสระ ผู้บริหาร หรือหุ้นส่วนผู้ จัดการของสำนักงานสอบบัญชี ซึ่งมีผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อยบริษัทร่วม หรือ นิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งสังกัดอยู่ เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า สองปีก่อนวันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงาน
    6. ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ให้บริการทางวิชาชีพใดๆ ซี่งรวมถึงการให้บริการเป็นที่ปรึกษากฎหมายหรือที่ ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งได้รับค่าบริการเกินกว่าสองล้านบาทต่อปีจากบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง ทั้งนี้กรณีที่ผู้ให้บริการทางวิชาชีพเป็นนิติบุคคล ให้รวม ถึงการเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการซึ่งไม่ใช่กรรมการอิสระ ผู้บริหาร หรือหุ้นส่วนผู้จัดการ ของผู้ให้ บริการทางวิชาชีพนั้นด้วย เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวัน ที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงาน
    7. ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของกรรมการของบริษัทฯ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือ ผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท
    8. ไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัทฯ
    9. กรรมการอิสระสามารถดำรงตำแหน่งกรรมการติดต่อกันทุกวาระได้ไม่เกิน 9 ปี
    10. กรรมการอิสระอย่างน้อย 1 คนจะต้องเป็นผู้หญิง
  4. การประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ
    การประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ถือเป็นหน้าที่สำคัญในฐานะกรรมการบริษัทฯ ที่ต้องเข้าร่วมประชุมคณะ กรรมการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรับทราบและร่วมกันตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ โดยในแต่ละปีจะมีการจัดประชุมอย่าง น้อย 4 ครั้ง แต่ละครั้งจะมีการกำหนดวาระการประชุมล่วงหน้าไว้ชัดเจน และอาจมีการประชุมครั้งพิเศษเพื่อพิจารณาเรื่องที่มี ความสำคัญเร่งด่วน

    ในการเรียกประชุมคณะกรรมการ ให้ประธานกรรมการหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายส่งหนังสือนัดประชุม ไปยัง กรรมการไม่น้อยกว่า เจ็ด (7) วันก่อนวันประชุม เว้นแต่ในกรณีจำเป็นรีบด่วนเพื่อรักษาสิทธิและประโยชน์ของบริษัท จะแจ้งการ นัดประชุมโดยวิธีอื่น และกำหนดวันประชุมให้เร็วกว่านั้นก็ได้ ในกรณีที่เป็นการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์การส่งหนังสือนัด ประชุมจะส่งผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ก็ได้

    ในกรณีที่เป็นการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หนังสือนัดประชุมจะต้องระบุโดยชัดแจ้งว่าการดำเนินการ ประชุมจะกระทำโดยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และระบุสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่กรรมการแต่ละคนจะสามารถเข้าถึงเพื่อการเข้าประชุมได้
    คณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนให้กรรมการอยู่ในที่ประชุมไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด ในเวลาที่ลงมติ

    ในการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ อาจเข้าร่วมประชุมด้วย เพื่อให้ข้อมูลที่ เป็นประโยชน์และรับทราบนโยบายโดยตรง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีนโยบายให้คณะกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารและไม่ใช่กรรมการ บริหาร และกรรมการอิสระ ได้มีการประชุมร่วมกัน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร และไม่ใช่กรรมการบริหารมีโอกาสที่จะได้ประชุมกันเอง เพื่ออภิปรายหารือเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ที่อยู่ในความสนใจ โดยไม่มี ฝ่ายบริหารหรือฝ่ายจัดการเข้าร่วมด้วย

    ในปีที่ผ่านมาคณะกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารมีการประชุมกันเป็นจำนวน 3 ครั้ง

    ในการกำหนดวาระการประชุมคณะกรรมการนั้น คณะกรรมการบริหารจะพิจารณาเรื่องที่กำหนดเป็นวาระ การประชุมคณะกรรมการบริษัท โดยเปิดโอกาสให้กรรมการบริหารทุกคนสามารถเสนอเรื่องต่างๆ เพื่อเข้ารับการพิจารณาเป็น วาระการประชุมได้ ตลอดจนสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ และ เลขานุการบริษัทจะนำเรื่องดังกล่าวมากำหนดเป็น วาระการประชุมคณะกรรมการและจัดทำหนังสือนัดประชุมคณะกรรมการต่อไป ในการลงมติในที่ประชุมคณะกรรมการให้ถือมติ ของเสียงข้างมาก โดยให้กรรมการคนหนึ่งมีหนึ่งเสียง กรรมการที่มีส่วนได้เสียจะไม่เข้าร่วมประชุมหรือสละสิทธิออกเสียงลง คะแนนในเรื่องนั้น

    คณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนให้กรรมการอยู่ในที่ประชุมไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการ บริษัททั้งหมดในเวลาที่ลงมติ

    วันประชุมคณะกรรมการประจำไตรมาสได้กำหนดไว้ล่วงหน้าทั้งปี ทั้งนี้ นอกจากการประชุมตามที่ได้กำหนด ไว้เป็นรายปีไว้แล้ว คณะกรรมการยังมีการประชุมเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจต่างๆ ตามความจำเป็น รวมทั้งอาจมีการ ประชุมในกรณีเร่งด่วนอีกด้วย

    เมื่อสิ้นสุดการประชุม เลขานุการบริษัทเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำรายงานการประชุม และจัดส่งให้ประธานกรรมการ บริษัทพิจารณาลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้อง โดยเสนอให้ที่ประชุมรับรองในวาระแรกของการประชุมครั้งถัดไป ทั้งนี้ กรรมการ บริษัทสามารถแสดงความคิดเห็นขอแก้ไขเพิ่มเติมรายงานการประชุมให้มีความละเอียดถูกต้องมากที่สุดได้

    รายงานการประชุมที่ที่ประชุมรับรองแล้วจะถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบในรูปแบบของเอกสารชั้นความลับ และ จัดเก็บในรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อความสะดวกในการสืบค้นอ้างอิง
     
  5. การปฐมนิเทศกรรมการใหม่
    ในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะคณะกรรมการบริษัทฯ กรรมการควรจะต้องทราบถึงลักษณะการดำเนินธุรกิจ ของบริษัทฯ ดังนั้น ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงหรือมีกรรมการเข้าใหม่ บริษัทฯ จะจัดให้มีการปฐมนิเทศกรรมการใหม่ เพื่อแนะนำ ให้รับทราบถึงลักษณะและแนวทางการดำเนินงานในภาพรวมของบริษัทฯ รวมทั้งให้ข้อมูลสารสนเทศที่สำคัญและจำเป็นต่อการ ปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ และแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี ทั้งนี้ เลขานุการบริษัทเป็นประสานงานการ จัดการปฐมนิเทศ
     
  6. นโยบายการจำกัดการดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่น
    บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายในการดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทฯ ในบริษัทจดทะเบียนได้คนละไม่เกิน 5 แห่ง โดยไม่มีข้อยกเว้น ทั้งนี้ ในปัจจุบันกรรมการบริษัทฯ ทุกท่านมีการดำรงตำแหน่งในบริษัทจดทะเบียนรวมไม่เกิน 5 บริษัท

    นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีนโยบายห้ามมิให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารไปดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่นๆ ที่ประกอบธุรกิจเดียวกัน หรือใกล้เคียง ยกเว้นบริษัทร่วม และ/หรือบริษัทย่อย และ/หรือบริษัทในเครือ เพื่อให้บริษัทฯ มั่นใจว่า จะไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์์
     
  7. การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท
    บริษัทฯ ได้กำหนดให้มีการประเมินผลงานของคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อย ทั้งรูปแบบ ของการประเมินตนเองเป็นรายบุคคลด้วยตนเองและการประเมินตนเองรายคณะ รวมถึงการประเมินผลงานของผู้บริหารสูงสุด (CEO) เป็นประจำทุกปี เพื่อร่วมกันพิจารณาและสรุปผลการประเมินงานและนำมาทบทวนการปฏิบัติงาน ปัญหา และอุปสรรค ต่างๆ และร่วมกันหาแนวทางปรับปรุงแก้ไข โดยบริษัทฯ ได้กำหนดแนวทางการประเมินเป็นแบบการประเมินการปฏิบัติหน้าที่ ของคณะกรรมการทั้งคณะและรายบุคคล และนำแนวทางการประเมินจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมาปรับใช้ให้เหมาะ สมกับลักษณะและโครงสร้างของคณะกรรมการ ซึ่งผลการประเมินจะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาการปฏิบัติหน้าที่และการดำเนิน งานเกี่ยวกับคณะกรรมการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งนี้ แบบประเมินจะแบ่งหัวข้อเป็นดังนี้ี้
    1. ความพึงพอใจเกี่ยวกับ
      1. ผลการดำเนินงานของคณะกรรมการโดยรวม
      2. ผลการดำเนินงานของบริษัท
      3. การดำเนินการแก้ไขปัญหาของฝ่ายจัดการ
    2. ความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับ
      1. บทบาทหน้าที่ของตน
      2. ธุรกิจของบริษัท
      3. กลยุทธ์ของบริษัท
    3. คณะกรรมการและฝ่ายบริหารมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
    4. บริษัทย่อยและอนุกรรมการต่างๆ ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
    5. คณะกรรมการได้จัดสรรเวลาในการพิจารณาเรื่องต่างๆ เหล่านี้อย่างเพียงพอและเหมาะสม
      • นโยบายและทิศทางของบริษัท
      • ผลการดำเนินงานของบริษัท
      • แนวทางแก้ไขการดำเนินงาน หากไม่เป็นไปตามที่กำหนด
    6. คณะกรรมการมีการเตรียมตัวก่อนการประชุมทุกครั้ง
    7. คณะกรรมการสามารถแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นอิสระ
    8. คณะกรรมการแสดงความเห็นอย่างเป็นกลาง
    9. ประธานกรรมการเปิดโอกาสและสนับสนุนให้กรรมการทุกท่านแสดงความเห็นอย่างเป็นอิสระ
    10. คณะกรรมการเห็นว่าผู้ลงทุนมีความเชื่อมั่นในคณะกรรมการ
    11. การปฏิบัติเรื่องการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทเป็นที่ยอมรับในหมู่พนักงานของบริษัท ทั้งนี้ เลขานุการบริษัทจะจัดส่งแบบประเมินให้กรรมการบริษัททุกท่านประเมินในทุกสิ้นปี และเป็นผู้รวบรวม และรายงานสรุปผลต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณารับทราบและหารือกันเป็นประจำ ทุกปี
  8. แผนการสืบทอดตำแหน่ง
    บริษัทฯ ได้เล็งเห็นความจำเป็นและความสำคัญของการจัดให้มีแผนสืบทอดตำแหน่ง บริษัทฯ จึงได้ทำแผน สืบทอดตำแหน่งที่ครอบคลุมตำแหน่งผู้บริหารที่สำคัญ โดยทำการคัดเลือกบุคคลที่จะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้บริหารดังกล่าว ทำการพัฒนาฝึกอบรม เพื่อเตรียมความพร้อมให้สามารถรองรับตำแหน่งได้ในอนาคต และเพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทฯ มีผู้บริหารที่มี ความรู้ ความสามารถ ที่จะสืบทอดตำแหน่งที่สำคัญต่อไปในอนาคต
     
  9. การบริหารความเสี่ยง
    บริษัทฯ จะมอบหมายให้คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการจัดตั้งคณะทำงาน ซึ่งประกอบไปด้วยผู้บริหารของบริษัทฯ โดยคณะทำงานดังกล่าวจะร่วมกันประชุม และประเมินความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร ทั้งที่เกิดจาก ปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในอย่างสม่ำเสมอ และจะทำการวิเคราะห์ถึงปัจจัยความเสี่ยงต่างๆ โอกาสเกิดและระดับความรุนแรง ของผลกระทบ พร้อมทั้งร่วมกันกำหนดมาตรการบริหารความเสี่ยงและผู้รับผิดชอบ โดยคณะทำงานที่ได้รับมอบหมายจะคอยดูแล ติดตามความเสี่ยงตามแผนที่ได้วางไว้ โดยความร่วมมือและประสานงานจากหน่วยงานฝ่ายต่างๆ และรายงานผลให้กับคณะ กรรมการบริหารความเสี่ยงรับทราบ จากนั้น คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงจะทำ หน้าที่ประเมินประสิทธิภาพของการบริหารความ เสี่ยงแล้วรายงานให้คณะกรรมการบริษัททราบ อย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อช่วยให้ทราบจุดอ่อนและปรับปรุงนโยบายให้มีประสิทธิภาพ ดีขึ้น