สารจากประธานกลุ่ม

ปี 2561 เป็นอีกหนึ่งปีที่มีความหมายยิ่ง สำหรับกลุ่มบริษัทฯ เพราะไม่เพียงแต่ ผลประกอบการทางธุรกิจที่เติบโต อย่างแข็งแกร่งเท่านั้น แต่ยังเป็นปีที่เรา ได้วางรากฐานด้านกลยุทธ์เพื่อสร้าง ความเป็นผู้นำและเตรียมรับการเติบโต อย่างก้าวกระโดดในปี 2562 โดยทิศทาง กลยุทธ์ของกลุ่มบริษัทฯ จากนี้ไป จะเน้นไปที่การยกระดับธุรกิจหลัก การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีอัจฉริยะ มาใช้ในธุรกิจให้มากขึ้น พร้อมเดินหน้า พัฒนาความร่วมมือกับผู้นำใน อุตสาหกรรมเพื่อเสริมความแข็งแกร่ง และสร้างประโยชน์ให้เกิดแก่ทุกฝ่าย ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดความเชื่อมโยง ระหว่าง 4 กลุ่มธุรกิจ ให้มากที่สุดเพื่อ รองรับการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัล

ปี 2561 เป็นอีกหนึ่งปีที่กลุ่มบริษัทฯ สามารถตอกย้ำ ความเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของประเทศไทยในฐานะผู้พัฒนาด้าน โลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม ระบบสาธารณูปโภคและพลังงาน รวมถึงดิจิทัลแพลตฟอร์ม โดยมีผลประกอบการรวมรายได้และ ส่วนแบ่งกำไรอยู่ที่ 11,622 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 2,907 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ ที่ไม่รวม ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและรายการพิเศษอยู่ที่ 2,918 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีมูลค่า สินทรัพย์โดยรวมประมาณ 78,345 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็น ถึงการเติบโตทางธุรกิจอย่างแข็งแกร่ง นอกจากนี้ ปี 2561 ที่ผ่านมา ยังเป็นปีที่มีความหมายยิ่งสำหรับกลุ่มบริษัทฯ เนื่องจากเป็นปีที่เราได้ดำเนินการขั้นตอนต่างๆ มากมายเพื่อ สร้างความเป็นผู้นำ และวางรากฐานด้านกลยุทธ์ให้แข็งแกร่ง ยิ่งขึ้นเพื่อเตรียมรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปี 2562

โดยตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมากลุ่มบริษัทฯ ถือเป็น ฟันเฟืองที่สำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งการสนับสนุนต่อนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ของรัฐบาล (EEC) โดยนิคมอุตสาหกรรมของกลุ่มบริษัทฯ ทั้ง 9 แห่งที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ได้รับการประกาศเป็นเขตส่งเสริมกิจการ อุตสาหกรรมเพื่อรองรับการลงทุนทางตรงจากนักลงทุนต่าง ประเทศใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศแล้วในปี 2561 ที่ผ่านมา ตลอดจนการผนึกความร่วมมือกับผู้ประกอบ การอีคอมเมิร์ซระดับโลกเพื่อจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ กลุ่มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา โครงการ ศูนย์กระจายสินค้าอีคอมเมิร์ซ (WHA E-Commerce Center) และโครงการต่างๆ อีกหลายโครงการ ซึ่งจะเห็นภาพชัดเจนขึ้น ในปี 2562 นี้ นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังพัฒนาความร่วมมือ เชิงกลยุทธ์ในด้านต่างๆ กับผู้นำในวงการอุตสาหกรรม ได้แก่ การจัดตั้งกิจการร่วมค้ากับบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) เพื่อพัฒนานิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ในพื้นที่ EEC และการ ร่วมมือกับกลุ่มกัลฟ์ มิตซุยแอนด์โค และโตเกียว แก๊ส เอเชีย ในการจัดตั้งกิจการร่วมค้าโครงการวางท่อจัดจำหน่ายและค้า ปลีกก๊าซธรรมชาติในเขตพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมของกลุ่ม บริษัทฯ 3 แห่ง นอกเหนือจากการขยายธุรกิจในประเทศแล้ว กลุ่มบริษัทฯ ยังได้เริ่มดำเนินการพัฒนาโครงการเขตอุตสาหกรรม แห่งแรกในจังหวัดเหงะอาน ประเทศเวียดนาม ภายใต้ชื่อ "WHA Industrial Zone Nghe An" โดยมีบริษัท ดับบลิวเอช เอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ให้บริการ โซลูชั่นระบบน้ำและระบบบำบัดน้ำเสียแก่ผู้ประกอบการในเขต อุตสาหกรรมดังกล่าวอีกด้วย

สำหรับเศรษฐกิจโลกในช่วงปีที่ผ่านมาอาจมีการ ชะลอตัวจากเหตุการณ์ต่างๆ เช่น การประกาศขึ้นดอกเบี้ย นโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงิน สูงขึ้น ทำให้กลุ่มลูกค้าอาจตัดสินใจชะลอแผนลงทุน แต่กลุ่ม บริษัทฯ ยังคงมองสถานการณ์ในเชิงบวกโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเด็นความตึงเครียดด้านนโยบายการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกา กับจีน (US-China Trade War) ที่ภาพรวมยังส่งผลดีต่อธุรกิจ ของกลุ่มบริษัทฯ อันเนื่องมาจากโอกาสที่บริษัทจากประเทศจีน จะพิจารณาเปลี่ยนทิศทางด้านการค้าและการลงทุนมายัง ประเทศไทยและเวียดนามสำหรับอุตสาหกรรมบางกลุ่ม เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ชิ้นส่วนต่างๆ ซึ่งปัจจุบันมีนักลงทุนจากประเทศจีนเข้ามาลงทุนและสนใจใน นิคมอุตสาหกรรมของกลุ่มบริษัทฯ เป็นจำนวนมาก

เมื่อมองไปในปี 2562 และต่อจากนี้ ทิศทางกลยุทธ์ ของกลุ่มบริษัทฯ จะเน้นไปที่การยกระดับธุรกิจหลักโดยการนำ นวัตกรรมและเทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้ในธุรกิจให้มากขึ้น เช่น Smart IE, Smart Logistics, Smart Grid รวมถึงการบูรณาการ ให้บริการซึ่งครอบคลุมทั้ง 4 กลุ่มธุรกิจผ่านข้อเสนอบริการที่ โดดเด่น เช่น การให้บริการไฟเบอร์ออพติก (FTTx) การให้ บริการระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบน หลังคา (Solar Rooftop) และโซลูชั่นระบบน้ำที่ส่งตรงไปยัง โรงงานของลูกค้าขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นการผสมผสานแพลตฟอร์ม ทางธุรกิจ (Business Platform) ระหว่างโครงสร้างพื้นฐานเดิม (Infrastructure Base) กับการใช้เทคโนโลยีเพื่อต่อยอดทาง ธุรกิจ ซึ่งจะเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนขึ้นในปี 2562 นี้ นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังมุ่งหน้าสู่การทำ Digital Transformation โดย ได้ริเริ่มนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาระบบการทำงานภายใน องค์กรให้มีความคล่องตัว ลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน และเป็นการ ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งกลุ่ม บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าพัฒนาความร่วมมือกับผู้นำในอุตสาหกรรม เพื่อเสริมความแข็งแกร่ง และสร้างประโยชน์ให้เกิดแก่ทุกฝ่าย ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มธุรกิจของ กลุ่มบริษัทฯ ให้มากที่สุดเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุค ดิจิทัลที่จะเปลี่ยนแปลงภาคการผลิตและการบริโภคจาก รูปแบบเดิมๆ ไปอย่างสิ้นเชิง

สุดท้ายนี้ ดิฉันในฐานะประธานกรรมการและประธาน เจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และตัวแทนของคณะกรรมการและคณะผู้บริหาร ขอขอบพระคุณทุกๆ ฝ่าย ที่ให้การสนับสนุนธุรกิจของกลุ่ม บริษัทฯ มาโดยตลอด ทั้งท่านผู้ถือหุ้นที่ได้ให้ความไว้วางใจ ลูกค้าทุกท่านที่เลือกใช้บริการของกลุ่มบริษัทฯ พันธมิตรทาง ธุรกิจทุกฝ่าย และกลุ่มสถาบันการเงินที่สนับสนุนการเติบโตทาง ธุรกิจ รวมทั้งขอขอบคุณ คณะกรรมการ คณะผู้บริหาร และ พนักงานทุกคน ที่ได้ให้ความไว้วางใจและให้ความร่วมมือในการ ผลักดันธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ ให้เดินหน้าและเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างคุณค่าแก่สังคม ผู้ถือหุ้นทุกท่าน ลูกค้า และผู้มีส่วนได้ เสียทุกๆ ฝ่ายต่อไป

คุณจรีพร จารุกรสกุล
ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม
บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)