24 สิงหาคม 2569

BIODIVERSITY

คุณจรีพร จารุกรสกุล

ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม

บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

หลายปีที่ผ่านมา แนวคิด Net Zero หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ได้รับการยอมรับในฐานะเป้าหมายสูงสุดขององค์กรต่างๆ ทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ในปี 2026 กรอบแนวคิดดังกล่าวกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากหลายภาคส่วนเริ่มตระหนักถึงข้อจำกัดสำคัญประการหนึ่ง นั่นคือ แม้ปริมาณการปล่อยคาร์บอนจะลดลงจนเหลือศูนย์ได้สำเร็จ แต่หากระบบนิเวศเกิดการล่มสลาย ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดก็ไม่อาจดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน

ในขณะที่แนวคิด Net Zero ให้ความสำคัญกับการจัดการชั้นบรรยากาศและสภาพภูมิอากาศเป็นหลัก (Climate-focused) แนวคิด Nature Positive มุ่งเน้นไปที่มิติของผืนดิน ผืนน้ำ และสิ่งมีชีวิต (Ecosystem-focused) โดยคำว่า Positive ในที่นี้สื่อความหมายว่า โลกจะต้องมีปริมาณ คุณภาพ และความหลากหลายทางธรรมชาติเพิ่มขึ้นจากสถานะที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เนื่องจากความพยายามเพื่อลดการทำลายธรรมชาติเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเยียวยาระบบนิเวศที่เสื่อมโทรมอย่างรุนแรง หากจำเป็นต้องอาศัยกระบวนการฟื้นฟูและการสร้างขึ้นใหม่เพื่อให้ธรรมชาติกลับคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์เช่นเดิม

ในอดีตภาคธุรกิจมักมองว่าประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องการสร้างภาพลักษณ์เชิงบวก อย่างไรก็ตาม สำหรับโลกยุค 2026 กติกาได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ธรรมชาติถูกย้ายจากหมวดกิจกรรมเพื่อสังคมกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์องค์กร การลดลงของความหลากหลายทางชีวภาพส่งผลกระทบโดยตรงต่อปัจจัยการผลิตและห่วงโซ่อุปทานของหลายธุรกิจ ตัวอย่างเช่น อุตสาหกรรมเกษตร อาหาร ยารักษาโรค สิ่งทอ และก่อสร้าง กำลังเผชิญความเสี่ยงโดยตรงจากการขาดแคลนและความผันผวนของราคาวัตถุดิบในตลาดโลก

นอกจากนั้น สถาบันการเงินและนักลงทุนสถาบันชั้นนำได้นำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมเข้ามาคำนวณในแบบจำลองความเสี่ยงและการประเมินมูลค่าองค์กร บริษัทที่มีกิจกรรมทางธุรกิจที่ทำลายความหลากหลายทางชีวภาพมีแนวโน้มจะถูกประเมินว่ามีความเสี่ยงเชิงระบบที่ส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัท เช่นเดียวกันกับภาครัฐและองค์กรระหว่างประเทศที่เริ่มบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายที่เข้มงวด ตลอดจนผลกระทบด้านชื่อเสียงและการยอมรับจากสังคม เช่น โครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อสายพันธุ์สิ่งมีชีวิตท้องถิ่นมักเผชิญกับการคัดค้านจากชุมชน คดีความทางกฎหมาย และการล่าช้าของโครงการ

ในฐานะผู้นำอันดับ 1 ด้านการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมของไทย WHA Group มุ่งมั่นให้ความสำคัญและผสานแนวคิดด้านความหลากหลายทางชีวภาพเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์หลักในการดำเนินธุรกิจ การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมแต่ละโครงการของ WHA Group ครอบคลุมพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 2,000 ไร่ ทำให้การดำเนินงานมีความเกี่ยวข้องกับความหลากหลายทางชีวภาพของพื้นที่นั้น ๆ โดยตรง ก่อนเริ่มการพัฒนาพื้นที่ WHA จะส่งทีมเข้าสำรวจความสมบูรณ์ทางธรรมชาติในเชิงลึก เช่น พันธุ์พืชท้องถิ่น ประชากรแมลง สายพันธุ์สัตว์ป่าในพื้นที่ ฯลฯ ข้อมูลทางชีวภาพจะถูกนำมาแปลงเป็นคะแนนความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ทำให้การดำเนินนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมมีตัวชี้วัดที่ชัดเจน สามารถติดตามผล และประเมินได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึง WHA Group มีความร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงเพื่อวางแผนและออกแบบพื้นที่สีเขียวภายในนิคมอุตสาหกรรม จึงมั่นใจได้ว่าผืนป่าและสวนธรรมชาติที่สร้างขึ้นใหม่เอื้อต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตมากที่สุด

การเปลี่ยนแปลงของกติกาโลกในปี 2026 เป็นสัญญาณเตือนสำคัญว่า ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมไม่อาจเติบโตได้อย่างยั่งยืนบนฐานรากของระบบนิเวศที่เสื่อมโทรม มีเพียงองค์กรที่กล้าปรับตัวและนำการเปลี่ยนแปลงเท่านั้น ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของโลกยุคใหม่