16 มีนาคม 2569
THE AGE OF COMPETITION AND UNCERTAINTY


คุณจรีพร จารุกรสกุล
ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม
บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับยุคที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและความไม่แน่นอน จากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยีที่กำลังพัฒนาเข้าสู่ยุคของ Human–Machine Hybrid ซึ่งเป็นการผสานศักยภาพระหว่างมนุษย์ในฐานะผู้ควบคุมกับเทคโนโลยีอัจฉริยะที่เข้ามาเสริมศักยภาพของมนุษย์ ส่งผลให้นวัตกรรมเกิดขึ้นในอัตราเร่งอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ขณะเดียวกัน วิกฤตสภาพภูมิอากาศและความท้าทายด้านความยั่งยืนกำลังกดดันให้เศรษฐกิจโลกต้องเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร โดยเฉพาะการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุยังส่งผลกระทบต่อแรงงาน ผลิตภาพและศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ
อีกหนึ่งแรงกดดันสำคัญคือ การเปลี่ยนแปลงของระเบียบโลกจากระบบที่อำนาจกระจุกตัวอยู่กับประเทศมหาอำนาจไปสู่โครงสร้างโลกหลายขั้วอำนาจ (Multipolar World) ทำให้การแข่งขันระหว่างประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความมั่นคงทวีความเข้มข้นมากขึ้น ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์จึงมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกอย่างมีนัยสำคัญ ประเทศต่าง ๆ ไม่ได้พึ่งพาเพียงกำลังทางทหารเท่านั้น แต่ยังใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจ เช่น มาตรการทางการค้า การควบคุมเทคโนโลยี และการสร้างพันธมิตรทางเศรษฐกิจ เพื่อรักษาและขยายอิทธิพลเชิงยุทธศาสตร์ ส่งผลให้การครอบครองเทคโนโลยีสำคัญและห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์กลายเป็นหัวใจของการแข่งขันระดับโลก และทำให้หลายประเทศต้องปรับยุทธศาสตร์เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของโลก
ภายใต้บริบทดังกล่าว จึงเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ หากสามารถกำหนดยุทธศาสตร์เพื่อใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้อย่างเหมาะสมก็จะสามารถสร้างความได้เปรียบและขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว สำหรับประเทศไทย การเปลี่ยนผ่านนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่เปิดโอกาสให้ประเทศสามารถยกระดับบทบาทในเศรษฐกิจโลก โดยหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานสำคัญคือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพและพร้อมสำหรับอนาคต โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนทางธุรกิจ และสนับสนุนการเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ควบคู่กับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวเพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
ในขณะเดียวกัน การเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีทักษะสอดคล้องกับที่อุตสาหกรรมต้องการ ผ่านการปฏิรูประบบการศึกษาและการส่งเสริมการพัฒนาทักษะแรงงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มผลิตภาพและความสามารถในการปรับตัวในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ การดึงดูดบุคลากรทักษะสูงจากต่างประเทศยังสามารถช่วยเสริมสร้างระบบนิเวศด้านนวัตกรรมและสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถขยับจากบทบาทไปสู่การเป็นฐานการผลิตสำหรับอุตสาหกรรมมูลค่าสูงและรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจใหม่ได้
อีกหนึ่งกลไกสำคัญคือ การยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการขนาดเล็กให้สามารถเชื่อมต่อกับห่วงโซ่มูลค่าโลกและขยายโอกาสทางการค้าในตลาดระหว่างประเทศได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ทั่วถึงและยั่งยืน นอกจากนี้ การยกระดับประสิทธิภาพภาครัฐในการสนับสนุนการลงทุนผ่านการปรับปรุงกระบวนการอนุมัติให้รวดเร็วมากขึ้น ลดความซ้ำซ้อนระหว่างหน่วยงาน พร้อมออกแบบมาตรการจูงใจที่สอดคล้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมายก็จะช่วยเพิ่มความ เชื่อมั่นและลดอุปสรรคต่อการลงทุน เมื่อโครงสร้างพื้นฐานพร้อม ห่วงโซ่มูลค่ามีการยกระดับ และนโยบายเอื้อต่อการลงทุน ประเทศไทยก็ย่อมมีศักยภาพก้าวสู่เศรษฐกิจที่มีความสามารถในการแข่งขันสูงในระยะยาว
