การกำกับดูแลกิจการ

บริษัทฯ ได้ตระหนักถึงการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบและเป็นธรรม จึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการกำกับดูแล กิจการและบริหารจัดการที่ดี ที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และประสิทธิภาพในการจัดการ โดยมุ่งเน้นการส่งเสริม การเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งจะนำไปสู่สร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาวให้แก่บริษัทฯ ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ทั้งนี้การกำกับ ดูแลกิจการจะทำให้การดำเนินงานของบริษัทฯ มีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายด้านการกำกับ ดูแลกิจการที่ดี เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน โดยนโยบายการกำกับดูแลกิจการ ของบริษัทฯ จะได้รับการทบทวนเป็นประจำทุกปีและอนุมัติโดยคณะกรรมการบริษัทฯ ทั้งนี้ ได้มีการปรับปรุงครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2560 ซึ่งได้นำกรอบแนวทางการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของกลุ่มประเทศ OECD (OECD Principles of Corporate Governance) มาปรับใช้ให้เข้ากับแนวปฏิบัติของบริษัทฯ ประกอบกับการปฏิบัติตามหลัก (Corporate Governance Code : CG Code) ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“ก.ล.ต.”) ปี 2560

จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของบริษัท




นโยบายการกำกับดูแลกิจการ

นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทฯ ประกอบด้วย

สิทธิของผู้ถือหุ้น

บริษัทฯได้ให้ความสำคัญต่อสิทธิของผู้ถือหุ้นในการได้รับข้อมูลของบริษัทฯ อย่างถูกต้อง ครบถ้วน เพียงพอ ทันเวลา และเท่าเทียมกัน เพื่อประกอบการตัดสินใจในทุก ๆ เรื่อง ดังนั้น คณะกรรมการบริษัทจึงมีนโยบายดังนี้

  1. ให้บริษัทฯ จัดส่งหนังสือนัดประชุมพร้อมทั้งข้อมูลประกอบการประชุมตามวาระต่าง ๆ ให้เพียงพอ โดยระบุ วัตถุประสงค์และเหตุผล ตลอดจนความเห็นของคณะกรรมการในทุกวาระ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้ศึกษา ข้อมูลอย่างครบถ้วนล่วงหน้าก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 30 วัน ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่สามารถเข้าร่วม ประชุมด้วยตนเองได้ บริษัทฯเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถมอบฉันทะให้กรรมการอิสระหรือบุคคลใดๆ เข้าร่วม ประชุมแทนตนได้ โดยใช้หนังสือมอบฉันทะที่บริษัทฯได้จัดส่งไปพร้อมกับหนังสือเชิญประชุม นอกจากนี้ ผู้ถือ หุ้นสามารถดาวน์โหลดหนังสือมอบฉันทะผ่านทางหน้าเว็บไซต์ของบริษัทได้อีกทางหนึ่ง
  2. อำนวยความสะดวกแก่ผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกันในการเข้าร่วมประชุมทั้งในเรื่องสถานที่ และเวลาที่เหมาะสม
  3. ในการประชุมผู้ถือหุ้น จะพิจารณาและลงคะแนนเรียงตามวาระที่กำหนด โดยไม่เปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญ และ เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นมีสิทธิเท่าเทียมกันในการตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทฯ สอบถาม แสดงความคิด เห็นและข้อเสนอแนะต่าง ๆ และกรรมการและผู้บริหารที่เกี่ยวข้องจะเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อตอบคำถามใน ที่ประชุมด้วย
  4. ให้เพิ่มช่องทางในการรับทราบข่าวสารของผู้ถือหุ้นผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ โดยนำข่าวสารต่าง ๆ และรายละเอียดไว้ที่เว็บไซต์ของบริษัทฯ โดยเฉพาะ ในกรณีหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นให้เผยแพร่ก่อนวันประชุมล่วง หน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถดาวน์โหลดข้อมูลระเบียบวาระการประชุมได้อย่างสะดวกและ ครบถ้วน
  5. นโยบายให้กรรมการ ผู้บริหารระดับสูง และผู้สอบบัญชีเข้าร่วมประชุมเพื่อตอบข้อซักถาม และรับทราบความ เห็นจากผู้ถือหุ้นโดยพร้อมเพรียงกัน
  6. การจดบันทึกรายงานการประชุม ให้บันทึกให้ครบถ้วน ถูกต้อง รวดเร็ว โปร่งใส และบันทึกประเด็นซักถามและ ข้อคิดเห็นที่สำคัญไว้ในรายงานการประชุมเพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถตรวจสอบได้ นอกจากนี้ ให้บริษัทฯนำรายงาน การประชุมผู้ถือหุ้นเผยแพร่ในเว็บไซต์ของบริษัทฯ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้พิจารณา รวมถึงส่งรายการประชุมดังกล่าว ไปยังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใน 14 วัน นับแต่วันที่มีการประชุมผู้ถือหุ้นนั้น
  7. เพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้นในการได้รับเงินปันผลโดยการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร (ถ้ามีการจ่ายเงินปันผล) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นให้ได้รับเงินปันผลตรงเวลา ป้องกันปัญหาเรื่องเช็คชำรุด สูญหาย หรือส่ง ถึงผู้ถือหุ้นล่าช้า
  8. บริษัทฯ มีนโยบาย เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถเสนอวาระการประชุม และ/หรือ ส่งคำถามที่ต้องการให้ชี้แจง ในประเด็นของระเบียบวาระที่นำเสนอได้ล่วงหน้า เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับประโยชน์สูงสุดจากการประชุม รวมทั้ง เป็นการรักษาสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหุ้นอย่างเต็มที่ โดยสามารถจัดส่งผ่านจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือโทรสาร ถึงเลขานุการของบริษัทฯ
  9. กำหนดนโยบายการพิจารณาค่าตอบแทนกรรมการ โดยจะพิจารณาจากหน้าที่ ความรับผิดชอบ ความสำเร็จใน การปฏิบัติงานที่เชื่อมโยงกับผลประกอบการ และปัจจัยแวดล้อมอื่นที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนพิจารณาเปรียบเทียบ กับอัตราค่าตอบแทนของบริษัทอื่นๆ ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันหรือใกล้เคียง ทั้งนี้ ค่าตอบแทนของคณะ กรรมการจะได้รับการพิจารณาและกลั่นกรองจากคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทน ก่อนนำเสนอ คณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาอนุมัติ

การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน

บริษัทฯได้กำหนดให้มีการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน ดังนั้น คณะกรรมการบริษัทจึงมีนโยบายดังนี้

  1. ให้บริษัทฯจัดส่งหนังสือนัดประชุมพร้อมทั้งข้อมูลประกอบการประชุมตามวาระต่างๆ อย่างเพียงพอ ให้ผู้ถือหุ้น ทราบล่วงหน้าก่อนการประชุมไม่น้อยกว่า 21 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้ศึกษาข้อมูลอย่างครบถ้วนก่อน วันประชุมผู้ถือหุ้น
  2. กำหนดให้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมเป็นไปตามจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นถืออยู่ โดยหนึ่งหุ้นมีสิทธิเท่ากับหนึ่งเสียง นอกจากนี้ บริษัท ยัง ให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นที่เขาร่วมประชุมภายหลังจากได้เริ่มประชุมแล้วมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน สำหรับวาระที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาและยังไม่ได้มีการลงมติ และนับเป็นองค์ประชุมตั้งแต่วาระที่ได้เข้าประชุม และออกเสียงเป็นต้นไป
  3. ในวาระเลือกตั้งกรรมการแทนกรรมการที่ออกตามวาระ บริษัทฯ มีนโยบายเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นลงคะแนนเสียง เลือกตั้งกรรมการเป็นรายบุคคล ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นมีสิทธิเลือกกรรมการที่ต้องการได้อย่างแท้จริง โดยบริษัทฯ จะแนบรายละเอียดเกี่ยวกับกรรมการแต่ละคนที่ได้รับการเสนอเข้ารับการเลือกตั้งที่มีข้อมูลเพียง พอที่ผู้ถือหุ้นสามารถใช้ประกอบการพิจารณา
  4. บริษัทฯ จะเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยที่มีสัดส่วนการถือหุ้นขั้นต่ำไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.05 ของหุ้นที่ชำระแล้ว ทั้งหมดและถือหุ้นดังกล่าวต่อเนื่องมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 12 เดือน สามารถเสนอระเบียบวาระการประชุมใน การประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี รวมทั้งเสนอชื่อผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าเป็นกรรมการเพื่อพิจารณาแต่งตั้งได้ โดย สามารถจัดส่งผ่านจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือโทรสารถึงเลขานุการของบริษัทฯ
  5. กำหนดมาตรการการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในโดยมิชอบ (Insider Trading) ของบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหมาย ถึง คณะกรรมการ ผู้บริหารระดับสูง และพนักงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลของบริษัทฯ (รวมทั้งคู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าว)
  6. กำหนดนโยบายเกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์บนหลักการที่ว่า การตัดสินใจใดๆ ของบุคลากรทุกระดับ ในการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจ ต้องทำเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ และถือเป็นหน้าที่ของบุคลากรทุกคนที่ ต้องหลีกเลี่ยงการมีส่วนเกี่ยวข้องทางการเงิน และ/หรือความสัมพันธ์กับบุคคลภายนอกอื่นๆ ซึ่งจะส่งผลให้ บริษัทฯ ต้องเสียผลประโยชน์ หรือก่อให้เกิดความขัดแย้งในด้านผลประโยชน์ หรือขัดขวางการปฏิบัติงานอย่าง มีประสิทธิภาพ โดยกำหนดให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวโยงกับรายการที่พิจารณา ต้องแจ้งให้บริษัทฯ ทราบ ถึงความสัมพันธ์หรือการเกี่ยวโยงของตนในรายการดังกล่าว และต้องไม่เข้าร่วมการพิจารณาตัดสิน รวมถึงไม่มี อำนาจอนุมัติในธุรกรรมนั้นๆ และในการอนุมัติใดๆ สำหรับกรณีดังกล่าวต้องยึดถือหลักการ และไม่ให้มีการ กำหนดเงื่อนไขหรือข้อกำหนดพิเศษจากปกติ
  7. ให้เพิ่มการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ด้วยตนเอง โดยให้ผู้ถือหุ้นสามารถมอบ ฉันทะให้บุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือให้มีกรรมการอิสระอย่างน้อย 1 คน เข้าร่วมประชุมและลงมติแทนได้ และแจ้ง รายชื่อกรรมการอิสระดังกล่าวไว้ในหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น
  8. ให้ปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกันไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้ถือหุ้นส่วนน้อย ไม่ว่าจะเป็นผู้ ถือหุ้นชาวไทยหรือผู้ถือหุ้นต่างชาติ

การกำกับดูแลความขัดแย้งทางผลประโยชน์

บริษัทฯให้ความสำคัญต่อการพิจารณารายการต่าง ๆ อย่างโปร่งใส และเป็นประโยชน์ต่อบริษัทฯเป็นสำคัญ ดังนั้น จึงให้ความสำคัญต่อการป้องกันรายการที่อาจเป็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์ รายการที่เกี่ยวโยงกัน หรือรายการระหว่างกัน โดย มีนโยบายซึ่งสรุปสาระสำคัญได้ดังต่อไปนี้

  1. ผู้บริหารและพนักงานต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณของบริษัทฯ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องยึดถือปฏิบัติโดย เคร่งครัด เพื่อเป็นที่เชื่อถือและไว้วางใจของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย และจัดให้มีการเผยแพร่ข้อมูลความเข้าใจใน การถือปฏิบัติของพนักงานทั่วทั้งบริษัทฯ
  2. กรรมการบริษัทและผู้บริหารต้องแจ้งให้บริษัทฯทราบถึงความสัมพันธ์หรือรายการเกี่ยวโยงในกิจการที่อาจก่อ ให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์
  3. มีการนำเสนอรายการที่เกี่ยวโยงกันต่อคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อพิจารณาให้ความเห็นก่อนเสนอขออนุมัติต่อ คณะกรรมการบริษัท ตามหลักการกำกับดูแลกิจการทีดี่ และดูแลให้มีการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทยและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนด

บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทฯ ตระหนักและรับรู้ถึงสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นผู้มีส่วนได้เสียภายใน ได้แก่ ผู้ถือหุ้น พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียภายนอก ได้แก่ ลูกค้า คู่ค้า เจ้าหนี้ คู่แข่ง ภาครัฐ และหน่วยงานอื่นๆ รวมทั้งชุมชนใกล้เคียงที่เกี่ยวข้อง เนื่อง จากบริษัทฯได้รับการสนับสนุนจากผู้มีส่วนได้เสียต่างๆ ซึ่งสร้างความสามารถในการแข่งขันและสร้างกำไรให้บริษัทฯ ซึ่งถือว่าเป็นการ สร้างคุณค่าในระยะยาวให้กับบริษัทฯ โดยมีการกำหนดนโยบาย ดังนี้

  1. นโยบายและแนวปฏิบัติต่อพนักงาน
    บริษัทฯ ตระหนักว่า พนักงานเป็นทรัพยากรที่มีค่าไม่ว่าจะทำงานอยู่ในส่วนใดและเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จ ของการบรรลุเป้าหมายของบริษัทฯที่มีคุณค่ายิ่ง จึงเป็นนโยบายของบริษัทฯที่จะให้การปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเป็นธรรมทั้งในด้าน โอกาส ผลตอบแทน การแต่งตั้ง โยกย้าย ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายดังกล่าว บริษัทฯจึงมีหลักปฏิบัติ ดังนี้
    1. ปฏิบัติต่อพนักงานด้วยความสุภาพ และให้ความเคารพต่อความเป็นปัจเจกชน
    2. ให้ผลตอบแทนที่เป็นธรรมต่อพนักงาน รวมทั้งมีการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงาน และให้ความ สำคัญในด้านการดูแลสวัสดิการของพนักงาน
    3. ดูแลรักษาสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีความปลอดภัยต่อชีวิต และทรัพย์สินของพนักงาน และมีสุข อนามัยในสถานที่ทำงาน
    4. การแต่งตั้ง โยกย้าย รวมถึงการให้รางวัลและการลงโทษพนักงาน กระทำด้วยความสุจริตใจ และตั้งอยู่ บนพื้นฐานความรู้ ความสามารถ และความเหมาะสมของพนักงานนั้น
    5. ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาความรู้ ความสามารถ และทักษะของพนักงาน โดยส่งเสริมให้พนักงานได้ รับการอบรม สัมมนา ทั้งจากภายในและภายนอกบริษัท และให้โอกาสอย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอ เพื่อ พัฒนาความสามารถของพนักงานให้เกิดศักยภาพในการปฏิบัติงานอย่างมืออาชีพ รวมตลอดจนจัดให้มี การตั้งงบประมาณในฝึกอบรมประจำปีในด้านต่างๆ ให้แก่พนักงาน เพื่อให้พนักงานได้รับการพัฒนาจน มีความเชี่ยวชาญ ความชำนาญ และความสามารถในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    6. รับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานความรู้ทางวิชาชีพของพนักงาน
    7. ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพนักงานอย่างเคร่งครัด
    8. พิจารณาให้ผลตอบแทนที่เป็นธรรมต่อพนักงาน และเหมาะสม โดยพิจารณาทั้งจากความรู้ความสามารถ คุณสมบัติของพนักงาน และความเหมาะสมตามผลการปฏิบัติงาน การวัดและประเมินผลการปฏิบัติงาน เป็นรายบุคคลตามเกณฑ์ Balanced Scorecard การสำรวจกับตลาดแรงงานภายนอกทั้งภายในธุรกิจ เดียวกันและธุรกิจอื่นๆ รวมถึงผลการดำเนินธุรกิจจากความสามารถในการทำกำไรในแต่ละปีของบริษัท
  2. นโยบายและแนวปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้น
    บริษัทฯระลึกอยู่เสมอว่าผู้ถือหุ้น คือ เจ้าของกิจการ และบริษัทฯมีหน้าที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะ ยาว จึงกำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานต้องปฏิบัติตามแนวทางดังต่อไปนี้
    1. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ตลอดจนตัดสินใจดำเนินการใด ๆ ตามหลักการของวิชาชีพ ด้วย ความระมัดระวัง รอบคอบ และเป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้นทั้งรายใหญ่และรายย่อย เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ ถือหุ้นโดยรวม
    2. นำเสนอรายงานสถานภาพของบริษัทฯ ผลประกอบการ ฐานะข้อมูลทางการเงิน การบัญชี และรายงาน อื่น ๆ โดยสม่ำเสมอ และครบถ้วนตามความเป็นจริง
    3. ห้ามไม่ให้แสวงหาผลประโยชน์ให้ตนเอง และผู้อื่นโดยใช้ข้อมูลใด ๆ ของบริษัทฯ ซึ่งยังมิได้เปิดเผยต่อ สาธารณะ หรือดำเนินการใด ๆ ในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับบริษัทฯ
  3. นโยบายและแนวปฏิบัติต่อลูกค้า
    บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของลูกค้า จึงได้กำหนดนโยบายในการปฏิบัติต่อลูกค้าดังนี้
    1. บริการลูกค้าด้วยความสุภาพ มีความกระตือรือร้น พร้อมให้การบริการ ต้อนรับด้วยความจริงใจ เต็มใจ ตั้งใจ และใส่ใจ ดูแลผู้รับบริการดุจญาติสนิท บริการด้วยความรวดเร็ว ถูกต้อง และน่าเชื่อถือ
    2. รักษาความลับของลูกค้า และไม่นำไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง หรือผู้ที่เกี่ยวข้องโดยมิชอบ
    3. ให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง เพียงพอ และทันต่อเหตุการณ์แก่ลูกค้า เพื่อให้ทราบเกี่ยวกับบริการที่บริษัทฯ ให้กับลูกค้า โดยไม่มีการโฆษณาเกินความเป็นจริงที่เป็นเหตุให้ลูกค้าเข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณภาพ หรือ เงื่อนไขใด ๆ ของบริการของบริษัทฯ
    4. ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการให้บริการของบริษัทฯ ให้มีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์กับลูกค้าสูงสุด
  4. นโยบายและแนวปฏิบัติต่อคู่ค้า และ/หรือ เจ้าหนี้
    บริษัทฯ มีนโยบายให้พนักงานปฏิบัติต่อคู่ค้า และ/หรือเจ้าหนี้ทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรม ซื่อสัตย์ และไม่เอารัดเอา เปรียบคู่ค้า โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ พื้นฐานของการได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรมทั้งสองฝ่าย หลีกเลี่ยง สถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การเจรจาแก้ปัญหาตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสัมพันธ์ทางธุรกิจ โดยมีแนว ปฏิบัติดังนี้
    1. ไม่เรียก หรือรับ หรือจ่ายผลประโยชน์ใด ๆ ที่ไม่สุจริตในการค้ากับคู่ค้า และ/หรือ เจ้าหนี้
    2. กรณีที่มีข้อมูลว่ามีการเรียก หรือรับ หรือการจ่ายผลประโยชน์ใด ๆ ที่ไม่สุจริตเกิดขึ้น ต้องเปิดเผยราย ละเอียดต่อคู่ค้า และ/หรือ เจ้าหนี้ และร่วมกันแก้ไขปัญหาโดยยุติธรรมและรวดเร็ว
    3. ปฏิบัติตามเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ตกลงกันไว้อย่างเคร่งครัด กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อใดได้ ต้อง รีบแจ้งให้เจ้าหนี้ทราบล่วงหน้า เพื่อร่วมกันพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหา
  5. นโยบายและแนวปฏิบัติต่อคู่แข่งขัน
    บริษัทฯ มีนโยบายที่จะปฏิบัติต่อคู่แข่งทางการค้า โดยไม่ละเมิดความลับหรือล่วงรู้ความลับทางการค้าของคู่ แข่งขันด้วยวิธีฉ้อฉล จึงกำหนดหลักนโยบายดังนี้
    1. ประพฤติปฏิบัติภายใต้กรอบกติกาของการแข่งขันที่ดี
    2. ไม่แสวงหาข้อมูลที่เป็นความลับของคู่แข่งทางการค้า ด้วยวิธีการที่ไม่สุจริตหรือไม่เหมาะสม
    3. ไม่ทำลายชื่อเสี่ยงของคู่แข่งทางการค้าด้วยการกล่าวหาในทางร้าย
  6. นโยบายและแนวปฏิบัติต่อสังคม / ชุมชน
    บริษัทฯมีนโยบายที่จะดำเนินธุรกิจที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ และสังคม และยึดมั่นการปฏิบัติตนเป็นพลเมือง ที่ดี และปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในอันที่จะส่งเสริมและยกระดับคุณภาพชีวิต ของสังคมและชุมชน

    นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายการคืนกำไรให้กับสังคม โดยจะจัดงบประมาณส่วนหนึ่งจากรายได้ของ บริษัทฯ เพื่อให้การสนับสนุนกิจกรรมอันเป็นคุณประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการศึกษาตามโอกาสที่เหมาะ สม โดยเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน และจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ทั้งนี้ในปี 2558 บริษัทฯ ได้มอบเงินสนับสนุน การศึกษา อุปกรณ์การศึกษา ของใช้ที่จำเป็นต่างๆ พร้อมกับจัดเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับเด็กๆ ในโรงเรียนในชุมชนที่อยู่ในบริเวณ ที่บริษัทฯ ได้ไปลงทุน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้จัดกิจกรรมภายในองค์กรเพื่อส่งเสริม และปลูกจิตสำนึกพนักงานทุกระดับ ในด้าน การแบ่งปัน เช่น กิจกรรมรับบริจาคปฏิทินตั้งโต๊ะเก่าเพื่อส่งให้มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยนำไปใช้ทำสื่อการเรียนการสอน แก่ผู้พิการทางสายตา กิจกรรมทำบุญทอดกฐินสามัคคี เป็นต้น
     
  7. นโยบายเกี่ยวกับการดูแลความปลอดภัยและสุขอนามัยของพนักงาน
    บริษัทฯ มีนโยบายให้ความสำคัญในการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมการทำ งานให้มีความปลอดภัยต่อชีวิต และ ทรัพย์สินของพนักงานอยู่เสมอ และยึดมั่นปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานอย่างเคร่งครัด เช่น การจัดการอาคารสถานที่ และ อุปกรณ์ในการทำงานให้เหมาะสมและถูกสุขลักษณะ การจัดให้มีบริการด้านการรักษาพยาบาลที่จำเป็น การกำหนดให้พนักงานทุก คนต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันภัยทุกครั้งที่เข้าไปปฏิบัติงานภายในหน่วยงานก่อสร้าง รวมทั้งการส่งเสริมให้พนักงานทุกระดับเห็น คุณค่าและความสำคัญของการออกกำลังกาย และปฏิบัติจนเป็นนิสัย โดยบริษัทฯ ได้จัดให้มีสวัสดิการด้านการดูแลสุภาพให้กับ พนักงานอย่างเหมาะสม อาทิ โครงการกีฬาทุกวันอังคารและวันพฤหัสบดี โครงการตรวจสุขภาพประจำปี เป็นต้น
     
  8. นโยบายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
    บริษัทฯ มีนโยบายที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ที่เสริมสร้างคุณภาพ อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ตลอด จนรักษาสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของพนักงานอยู่เสมอ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความ สำคัญด้านการให้ความรู้และฝึกอบรมพนักงานในเรื่องสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การลดปริมาณขยะ ด้วยการนำกระดาษที่ใช้แล้ว 1 หน้ากลับมาใช้หน้าที่ 2 การนำแฟ้มที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ รวมทั้งมีการรณรงค์ปิดไฟฟ้าระหว่างช่วง พักเที่ยง หรือเลิกใช้แล้วในระหว่างวัน การใช้บันไดแทนการใช้ลิฟท์ รวมถึงการดูแลปรับปรุงอุปกรณ์ต่างๆ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้ งาน เพื่อสร้างความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน และยังเป็นพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานทั่วทั้ง องค์กร

    บริษัทฯ กำหนดให้พนักงานยึดถือและปฏิบัติงานให้เป็นไปตามระเบียบ ข้อบังคับ กฎหมาย นโยบาย ข้อกำหนด และมาตรฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และด้านสิ่งแวดล้อม ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด และได้เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ ขั้นตอนวิธีปฏิบัติ และข้อควรระวังต่างๆ ตลอดจนการนำไปปฏิบัติอย่างถูกต้อง ไม่ก่อ ให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ ทรัพย์สินและสิ่งแวดล้อม และมีการพัฒนา ทบทวน แก้ไข การมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสังคมด้าน ความปลอดภัย ชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยได้จัดทำแผนงานการฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับกฏหมาย การปฏิบัติการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งฝึกอบรมภายในและภายนอกเป็นประจำทุกปี โดยมีหลักสูตรดังนี้ นโยบาย ระบบการ จัดการด้านสิ่งแวดล้อม การสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย การบ่งชี้ลักษณะปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม และกฏหมาย ด้านสิ่งแวดล้อม

    นอกจากนี้ บริษัทในกลุ่มบริษัทได้นำระบบ ISO 14001:2004 ISO 9001:2008 และ CSR DIW ที่อยู่ภายใต้ การควบคุมของกรมโรงงานอุตสาหกรรม เข้ามาใช้ในทุกขั้นตอนของการทำงาน เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้รับสินค้าและบริการที่ มีคุณภาพสูงสุดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อันเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR)
     
  9. นโยบายและแนวปฏิบัติด้านทรัพย์สินทางปัญญา
    บริษัทฯ มีนโยบายชัดเจนที่จะไม่กระทำการใดๆ ที่จะเป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ไม่ว่าจะเป็นทางด้าน ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร หรือเครื่องหมายการค้า ความลับทางการค้า และทรัพย์สินปัญญาด้านอื่นที่กฎหมายกำหนด อาทิ การใช้โปรแกรม คอมพิวเตอร์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง โดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทุกชนิดจะต้องผ่านการตรวจสอบและลงโปรแกรมโดยฝ่ายเทคโนโลยี สารสนเทศเท่านั้น เพื่อป้องกันการใช้ซอฟแวร์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ เป็นต้น
     
  10. นโยบายและแนวปฏิบัติด้านการเคารพกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชน
    บริษัทฯ มีนโยบายต่อต้านการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนทุกกรณี เพื่อให้สอดคล้องกับสังคมซึ่งเป็น สังคมระบบนิติรัฐ ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย ซึ่งมีแนวปฏิบัติ คือ
    1. บริษัทฯ ให้ความเคารพนับถือและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายด้วยความเป็นธรรม บนพื้นฐานของ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่แบ่งแยกถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ เพศ อายุ สีผิว ศาสนา สภาพร่างกาย ฐานะ ชาติตระกูล ตลอดจนส่งเสริมให้มีการเฝ้าระวังการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสิทธิ มนุษยชนภายในบริษัทฯ
    2. ต่อต้านการกระทำใดๆ อันเป็นการแสวงหาประโยชน์จากการค้ามนุษย์ การใช้แรงงานเด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่า เกณฑ์ที่กฎหมายแรงงานกำหนด และจะไม่ทำธุรกรรมใดๆ กับผู้ผลิตสินค้า หรือบริการที่กระทำการ ดังกล่าว
    3. ดำเนินการสนับสนุน เคารพปกป้องสิทธิมนุษยชน โดยตรวจสอบและควบคุมมิให้การดำเนินทางธุรกิจ ของบริษัทฯ ซึ่งกระทำกับบุคคลภายนอกเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึง ไม่กระทำการอันเป็นการละเมิดสิทธิของพนักงานซึ่งได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย
  11. นโยบายและแนวทางปฏิบัติด้านการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น
    บริษัทฯ โดยคณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ดังนี้
    1. จัดโครงสร้างการบริหารงานให้มีการถ่วงดุลอำนาจกันอย่างเหมาะสมระหว่างฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายบัญชี ฝ่ายจัดการและฝ่ายตรวจสอบ เพื่อไม่เปิดโอกาสให้มีการใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ
    2. จัดให้มีการฝึกอบรมแก่พนักงานเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับนโยบาย และแนวปฏิบัติในการต่อต้านการทุจริตของบริษัทฯ
    3. ให้การสนับสนุนและร่วมมือกับองค์กรภาครัฐ เอกชนและหน่วยงานกำกับดูแล รวมถึงทุกภาคส่วนของสังคมไทย เพื่อจุดมุ่งหมายในการลดคอร์รัปชั่น และยกระดับการพัฒนาประเทศ
    4. ห้ามมิให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานยอมรับการทุจริตทุกรูปแบบทั้งทางตรงและทางอ้อม ได้แก่ การรับสิ่งของ การให้สิ่งของ ของขวัญ การเลี้ยงรับรอง เงินเรี่ยไรเงินบริจาค และผลประโยชน์อื่นใดให้แก่ตนเองจากบุคคลที่ทำธุรกิจกับบริษัทฯ

    ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้แสดงเจตนารมณ์เป็นแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งจัด โดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ร่วมกับหอการค้าไทย หอการค้านานาชาติ สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย สมาคมธนาคาร ไทย และได้รับการรับรองฐานะสมาชิกจากที่ประชุมคณะกรรมการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต (Thai CAC) แล้วเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2560 โดยคณะกรรมการตรวจสอบได้ทำหน้าที่กำกับดูแลตามแนวนโยบายการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น และ ได้มอบหมายให้ฝ่ายตรวจสอบภายในประเมินความเสี่ยงเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่น และได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์และมาตรการลด ความเสี่ยงเกี่ยวกับการทุจริต

    นอกจากนี้ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เปิดช่องทางให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถแจ้งเบาะแส ข้อเสนอแนะ หรือร้องเรียนกรณี เกี่ยวกับการทุจริต หรือการกระทำ ใดอันไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ ต่อคณะกรรมการตรวจสอบ และ/หรือ ประธานเจ้า หน้าที่บริหารของบริษัทฯ ได้โดยตรง โดยส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์มายังที่อยู่ตามด้านล่างนี้

    ก) ส่งไปยังคณะกรรมการตรวจสอบทั้งคณะ Email : auditcommittee@wha.co.th
    ข) ส่งไปยังประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Email : info@wha.co.th

    บริษัทฯ คำนึงถึงความปลอดภัยและความเสียหายของผู้ร้องเรียน โดยให้ความมั่นใจว่าจะไม่เปิดเผยชื่อตัวชื่อ สกุล ที่อยู่ ภาพ หรือข้อมูลอื่นใดที่จะสามารถระบุตัวผู้แจ้งได้ และผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจะได้รับการบรรเทาความเสียหาย ด้วยกระบวนการที่มีความเหมาะสมและเป็นธรรม

การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

คณะกรรมการบริษัทมีนโยบายที่จะเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศทางการเงินและอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับธุรกิจและผลประกอบ การของบริษัทฯที่ตรงต่อความเป็นจริง ครบถ้วน เพียงพอ สม่ำเสมอ ทันเวลา แสดงให้เห็นถึงสถานภาพทางการเงินและการประกอบ การที่แท้จริงของบริษัทฯ รวมทั้งอนาคตของธุรกิจของบริษัทฯ

คณะกรรมการบริษัทมุ่งมั่นที่จะดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ และระเบียบที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการเปิด เผยข้อมูลและความโปร่งใสอย่างเคร่งครัด จัดให้มีการเผยแพร่ข้อมูลในเว็บไซต์ของบริษัทฯ สื่อเผยแพร่ของตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทย เพื่อให้ผู้ถือหุ้น และผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ได้รับทราบข้อมูลของบริษัทฯได้อย่างทั่วถึง และจะทำการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ให้สอดคล้องกับแนวทางที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ประกาศใช้บังคับ

บริษัทฯจัดให้มีเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่ติดต่อสื่อสารกับนักลงทุนหรือผู้ถือหุ้น รวมถึงนักลงทุนสถาบันและผู้ถือหุ้นรายย่อย บริษัทฯ จะจัดให้มีการประชุมเพื่อวิเคราะห์ผลการดำเนินงานเป็นประจำ รวมทั้งจะเผยแพร่ข้อมูลขององค์กร ทั้งข้อมูลทางการเงิน และข้อมูลทั่วไปให้แก่ผู้ถือหุ้น นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทฯจัดอันดับความน่าเชื่อถือ และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ผ่านทาง ช่องทางต่าง ๆ ได้แก่ การรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และเว็บไซต์ของบริษัทฯ นอกจากนี้ บริษัทฯยังให้ความสำคัญในการเปิดเผยข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับข่าวสารเป็น ประจำ โดยผ่านช่องทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ ข้อมูลที่อยู่บนเว็บไซต์จะมีการปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นวิสัยทัศน์ พันธกิจ งบการเงิน ข่าวประชาสัมพันธ์ รายงานประจำปี โครงสร้างบริษัทฯ และผู้บริหาร โครงสร้างการถือหุ้นและผู้ถือหุ้นรายใหญ่

นอกจากนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อรายงานทางการเงิน เพื่อให้แสดงถึงสถานะทางการเงินและผลการประกอบการ ที่แท้จริงของบริษัทฯ โดยอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลทางบัญชีที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเพียงพอตามมาตรฐานการบัญชีซึ่งเป็นที่ยอมรับ โดยทั่วไป บริษัทฯ จะเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับกรรมการแต่ละท่าน ตลอดจนบทบาทและหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท และคณะ กรรมการชุดย่อยของบริษัทฯ ในรายงานประจำปี (แบบ 56-2) และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) และจะเปิดเผย ค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหารระดับสูงในรายงานประจำปี (แบบ 56-2) และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) ของบริษัทฯ

ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

  1. โครงสร้างคณะกรรมการบริษัท
    คณะกรรมการบริษัทมีความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ การกำกับดูแลกิจการให้ เป็นไปตามเป้าหมายและแนวทางที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย

    โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 คณะกรรมการของบริษัท มีจำนวน 13 ท่าน/1 ประกอบด้วย
    1. กรรมการที่มีส่วนร่วมในการบริหาร จำนวน 9 ท่าน/1
    2. กรรมการที่ไม่มีส่วนร่วมในการบริหารจำนวน 4 ท่าน ซึ่งในกรรมการที่ไม่มีส่วนร่วมในการบริหารนี้จะมี กรรมการตรวจสอบรวมอยู่ด้วยจำนวน 3 ท่าน
      หมายเหตุ /1 กรรมการที่มีส่วนร่วมในการบริหารของบริษัท 1 ท่าน พ้นจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 เนื่องจากถึงแก่กรรม

    ทั้งนี้ แม้ว่าประธานกรรมการบริษัทฯ และ ประธานกรรมการบริหาร เป็นบุคคลเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตาม การพิจารณาในเรื่องสำคัญจะมีคณะกรรมการบริหารพิจารณากลั่นกรอง และหากเกินกว่าอำนาจคณะกรรมการบริหารจะต้องนำเสนอ ขออนุมัติต่อคณะกรรมการบริษัทฯ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้จัดให้มีขอบเขตอำนาจหน้าที่ของ คณะกรรมการบริษัทฯ คณะกรรมการ ชุดย่อยชุดต่างๆ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารที่เป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อกำหนดขอบเขตการดำเนินงานและความรับผิดชอบของ คณะกรรมการชุดต่างๆ ที่ชัดเจน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทฯ มีการความโปร่งใส และรัดกุมในการตัดสินใจ
     
  2. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทฯ
    คณะกรรมการบริษัทฯ มีหน้าที่ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัทฯ และมติที่ประชุม ผู้ถือหุ้น โดยปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว และเพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของบริษัทฯ เป็นไปในทิศทางที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วน ได้เสีย คณะกรรมการบริษัทจะดูแลให้มีการจัดทำวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย นโยบาย ทิศทางการดำเนินงาน แผนกลยุทธ์ แผนงาน และงบประมาณประจำปีของบริษัทฯ โดยคณะกรรมการบริษัทจะร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อให้เกิดความเข้าใจในภาพ รวมของธุรกิจร่วมกันก่อนที่จะพิจารณาอนุมัติ และติดตามให้มีการบริหารงานเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยจะยึดถือ แนวทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
     
  3. การสรรหากรรมการบริษัทฯ
    คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทนเป็นผู้พิจารณาการคัดเลือกกรรมการ โดยคำนึงและพิจารณาถึง ความหลากหลายทางคุณสมบัติ ประสบการณ์ ความเหมาะสม และความสามารถในการปฏิบัติงานในฐานะกรรมการของบริษัทฯ ซึ่งการเสนอกรรมการใหม่จะต้องเป็นไปตามข้อกฎหมายพระราชบัญญัติมหาชนจำกัด โดยมีหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกผู้ที่ได้ รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการดังต่อไปนี้
    1. ผู้ที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการบริษัทฯ จะต้องบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ในการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งกรรมการที่มีทักษะวิชาชีพ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน พื้นฐานการศึกษา อายุ ที่เหมาะสม และเพศ
    2. ภาวะความเป็นผู้นำ มีวิสัยทัศน์กว้างไกล รวมทั้งมีคุณธรรม จริยธรรม ตลอดจนมีทัศนคติที่ดีต่อองค์กร สามารถอุทิศเวลาให้ได้อย่างเพียงพออันเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินกิจการของบริษัทฯ
    3. ไม่เป็นบุคคลที่ถูกขึ้นบัญชีดำ (Black List) จากองค์กรใดๆ (รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลัก ทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) หรือเคยถูกตัดสินในความผิดทางอาญา
    4. กรณีกรรมการอิสระ ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจะต้องมีคุณสมบัติเข้าตามหลักเกณฑ์คุณสมบัติของกรรมการ อิสระ
    5. พิจารณาถึงคุณสมบัติอื่นๆ ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับองค์ประกอบและโครงสร้างของกรรมการตาม กลยุทธ์ทางธุรกิจของบริษัท ผ่านกระบวนการที่โปร่งใส และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ถือหุ้น

    หลังจากคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมจะเป็นกรรมการบริษัทฯ แล้ว คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทนจะ เสนอชื่อบุคคลดังต่อที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาแต่งตั้งตามขั้นตอนของกฎหมาย และ ในกรณีที่จะต้องได้รับความเห็นชอบ จากที่ประชุมผู้ถือหุ้นในการแต่งตั้งกรรมการดังกล่าว คณะกรรมการจะเสนอชื่อให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติ

    สำหรับการสรรหากรรมอิสระ กรรมการอิสระจะประกอบด้วยบุคคลผู้มีความรู้ด้านการเงิน เศรษฐศาสตร์ การบัญชี การบริหารรัฐกิจ และธุรกิจแขนงอื่นอย่างหลากหลายหลายแขนงเป็นอย่างดี เหมาะสมต่อการเป็นองค์ประกอบของ มาตรการปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและอื่นๆ กรรมการอิสระจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้ซึ่งจะเข้มกว่าคุณสมบัติที่กำหนดไว้ใน ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. โดยคุณสมบัติของกรรมการอิสระของบริษัทฯ มีดังนี้
    1. ถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 0.5 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัท ร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง ทั้งนี้ ให้นับรวมการถือหุ้นของผู้ที่เกี่ยวข้องของกรรมการอิสระ รายนั้น ๆ ด้วย
    2. ไม่เป็นหรือเคยเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่ได้เงินเดือนประจำ หรือ ผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน หรือนิติบุคคล ที่อาจมีความขัดแย้ง เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันที่ยื่นคำขอ อนุญาตต่อสำนักงาน
    3. ไม่เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิต หรือโดยการจดทะเบียนตามกฎหมาย ในลักษณะที่เป็น บิดา มารดา คู่สมรส พี่น้อง และบุตรรวมทั้งคู่สมรสของบุตร ของผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอำนาจควบคุม หรือบุคคลที่จะได้รับการเสนอให้เป็นผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย
    4. ไม่มีหรือเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจ มีความขัดแย้งในลักษณะที่อาจเป็นการขัดขวางการใช้วิจารณญาณอย่างอิสระของตน รวมทั้งไม่เป็นหรือ เคยเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการซึ่งไม่ใช่กรรมอิสระ หรือผู้บริหาร ของผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับ บริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง เว้นแต่จะได้พ้นจากการมี ลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงาน

      ความสัมพันธ์ทางธุรกิจ รวมถึงการทำรายการทางการค้าที่กระทำเป็นปกติเพื่อประกอบกิจการ การ เช่าหรือให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ รายการเกี่ยวกับสินทรัพย์หรือบริการหรือการให้หรือรับความช่วยเหลือ ทางการเงิน ด้วยการรับหรือให้กู้ยืม ค้ำประกัน การให้สินทรัพย์เป็นหลักประกันหนี้สิน รวมถึงพฤติการณ์ อื่นทำนองเดียวกัน ซึ่งเป็นผลให้ผู้ขออนุญาตหรือคู่สัญญาภาระหนี้สินที่ต้องชำระต่ออีกฝ่ายหนึ่ง ตั้งแต่ ร้อยละสามของสินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิของผู้ขออนุญาตหรือตั้งแต่ยี่สิบล้านบาทขึ้นไป แล้วแต่จำนวนใด จะต่ำกว่า ทั้งนี้การคำนวณภาระหนี้สินดังกล่าวให้เป็นไปตามวิธีการคำนวณมูลค่าของรายการที่เกี่ยวโยง กันตามประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าด้วยการเปิดเผยข้อมูลและการปฎิบัติ การของบริษัทจดทะเบียนในรายการที่เกี่ยวโยงกัน โดยอนุโลม แต่ในการพิจารณาภาระหนี้ดังกล่าว ให้ นับรวมภาระหนี้สินที่เกิดขึ้นในระหว่างหนึ่งปีก่อนวันที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบุคคลเดียวกัน
    5. ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความ ขัดแย้ง และไม่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการซึ่งไม่ใช่กรรมการอิสระ ผู้บริหาร หรือหุ้นส่วนผู้จัดการของ สำนักงานสอบบัญชี ซึ่งมีผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อยบริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมี ความขัดแย้งสังกัดอยู่ เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันที่ยื่น คำขออนุญาตต่อสำนักงาน
    6. ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ให้บริการทางวิชาชีพใดๆ ซี่งรวมถึงการให้บริการเป็นที่ปรึกษากฏหมายหรือที่ปรึกษา ทางการเงิน ซึ่งได้รับค่าบริการเกินกว่าสองล้านบาทต่อปีจากบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง ทั้งนี้กรณีที่ผู้ให้บริการทางวิชาชีพเป็นนิติบุคคล ให้รวมถึงการเป็นผู้ ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการซึ่งไม่ใช่กรรมการอิสระ ผู้บริหาร หรือหุ้นส่วนผู้จัดการ ของผู้ให้บริการทางวิชาชีพ นั้นด้วย เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อ สำนักงาน
    7. ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของกรรมการของบริษัทฯ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ ถือหุ้นซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท
    8. ไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัทฯ
    9. กรรมการอิสระสามารถดำรงตำแหน่งกรรมการติดต่อกันทุกวาระได้ไม่เกิน 9 ปี
    10. กรรมการอิสระอย่างน้อย 1 คนจะต้องเป็นผู้หญิง
  4. การประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ
    การประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ถือเป็นหน้าที่สำคัญในฐานะกรรมการบริษัทฯ ที่ต้องเข้าร่วมประชุมคณะ กรรมการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรับทราบและร่วมกันตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ โดยในแต่ละปีจะมีการจัดประชุมอย่าง น้อย 4 ครั้ง แต่ละครั้งจะมีการกำหนดวาระการประชุมล่วงหน้าไว้ชัดเจน และอาจมีการประชุมครั้งพิเศษเพื่อพิจารณาเรื่องที่มีความ สำคัญเร่งด่วน

    ในการประชุมคณะกรรมการฯ บริษัทจะส่งเอกสารประกอบการประชุมให้คณะกรรมการทราบและพิจารณาล่วง หน้าไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ ก่อนการประชุมทุกครั้ง เว้นแต่เป็นการเรียกประชุมกรณีเร่งด่วน และสำหรับเรื่องที่เป็นวาระไม่เปิดเผย จะนำเรื่องเข้าอภิปรายในที่ประชุมในการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ อาจเข้าร่วมประชุมด้วย เพื่อให้ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และรับทราบนโยบายโดยตรง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีนโยบายให้คณะกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารและไม่ใช่ กรรมการบริหาร และกรรมการอิสระ ได้มีการประชุมร่วมกัน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กรรมการที่ไม่เป็นผู้ บริหารและไม่ใช่กรรมการบริหารมีโอกาสที่จะได้ประชุมกันเอง เพื่ออภิปรายหารือเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ที่อยู่ในความสนใจ โดย ไม่มีฝ่ายบริหารหรือฝ่ายจัดการเข้าร่วมด้วย

    ในการกำหนดวาระการประชุมคณะกรรมการนั้น คณะกรรมการบริหารจะพิจารณาเรื่องที่กำหนดเป็นวาระการ ประชุมคณะกรรมการบริษัทโดยเปิดโอกาสให้กรรมการบริหารทุกคนสามารถเสนอเรื่องต่างๆ เพื่อเขารับการพิจารณาเป็นวาระการ ประชุมได้ ตลอดจนสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ และ เลขานุการบริษัทจะนำเรื่องดังกล่าวมากำหนดเป็นวาระการประชุม คณะกรรมการและจัดทำหนังสือนัดประชุมคณะกรรมการต่อไป ในการลงมติในที่ประชุมคณะกรรมการให้ถือมติของเสียงข้างมาก โดยให้กรรมการคนหนึ่งมีหนึ่งเสียง กรรมการที่มีส่วนได้เสียจะไม่เข้าร่วมประชุมหรือสละสิทธิออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น

    คณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนให้กรรมการอยู่ในที่ประชุมไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด ในเวลาที่ลงมติ

    วันประชุมคณะกรรมการประจำไตรมาสได้กำหนดไว้ล่วงหน้าทั้งปี ทั้งนี้ นอกจากการประชุมตามที่ได้กำหนดไว้ เป็นรายปีไว้แล้ว คณะกรรมการยังมีการประชุมเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจต่างๆ ตามความจำเป็น รวมทั้งอาจมีการ ประชุมในกรณีเร่งด่วนอีกด้วย

    เมื่อสิ้นสุดการประชุม เลขานุการบริษัทเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำรายงานการประชุม และจัดส่งให้ประธานกรรมการ บริษัทพิจารณาลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้อง โดยเสนอให้ที่ประชุมรับรองในวาระแรกของการประชุมครั้งถัดไป ทั้งนี้ กรรมการ บริษัทสามารถแสดงความคิดเห็นขอแก้ไขเพิ่มเติมรายงานการประชุมให้มีความละเอียดถูกต้องมากที่สุดได้

    รายงานการประชุมที่ที่ประชุมรับรองแล้วจะถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบในรูปแบบของเอกสารชั้นความลับ และจัด เก็บในรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อความสะดวกในการสืบค้นอ้างอิง
     
  5. การปฐมนิเทศกรรมการใหม่
    ในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะคณะกรรมการบริษัทฯ กรรมการควรจะต้องทราบถึงลักษณะการดำเนินธุรกิจของ บริษัทฯ ดังนั้น ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงหรือมีกรรมการเข้าใหม่ บริษัทฯ จะจัดให้มีการปฐมนิเทศกรรมการใหม่ เพื่อแนะนำให้ รับทราบถึงลักษณะและแนวทางการดำเนินงานในภาพรวมของบริษัทฯ รวมทั้งให้ข้อมูลสารสนเทศที่สำคัญและจำเป็นต่อการปฏิบัติ หน้าที่ของกรรมการ และแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการกำ กับดูแลกิจการที่ดี ทั้งนี้ เลขานุการบริษัทเป็นประสานงานการจัดการ ปฐมนิเทศ
     
  6. นโยบายการจำกัดการดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่น
    บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายในการดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทฯ ในบริษัทจดทะเบียนได้คนละไม่เกิน 5 แห่ง โดยไม่มีข้อยกเว้น ทั้งนี้ ในปัจจุบันกรรมการบริษัทฯ ทุกท่านมีการดำรงตำแหน่งในบริษัทจดทะเบียนรวมไม่เกิน 5 บริษัท

    นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีนโยบายหา้ มมิใหป้ ระธานเจ้าหนา้ ที่บริหารไปดำ รงตำ แหน่งกรรมการในบริษัทอื่นๆ ที่ประกอบ ธุรกิจเดียวกัน หรือใกล้เคียง ยกเว้นบริษัทร่วม และ/หรือบริษัทย่อย และ/หรือบริษัทในเครือ เพื่อให้บริษัทฯ มั่นใจว่า จะไม่ก่อให้เกิด ความขัดแย้งทางผลประโยชน์
     
  7. การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท
    บริษัทฯ ได้กำหนดให้มีการประเมินผลงานตนเองของคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำ ทุกปี เพื่อร่วมกันพิจารณา และสรุปผลการประเมินงานและนำมาทบทวนการปฏิบัติงาน ปัญหา และอุปสรรคต่างๆ และร่วมกันหาแนวทางปรับปรุงแก้ไข โดย บริษัทฯ ได้กำหนดแนวทางการประเมินเป็นแบบการประเมินการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการทั้งคณะและรายบุคคล และนำแนวทาง 132 รายงานประจำปี 2560 การประเมินจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะและโครงสร้างของคณะกรรมการ ซึ่งผลการ ประเมินจะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาการปฏิบัติหน้าที่และการดำเนินงานเกี่ยวกับคณะกรรมการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งนี้ แบบ ประเมินจะแบ่งหัวข้อเป็นดังนี้
    1. ความพึงพอใจเกี่ยวกับ
      1. ผลการดำเนินงานของคณะกรรมการโดยรวม
      2. ผลการดำเนินงานของบริษัท
      3. การดำเนินการแก้ไขปัญหาของฝ่ายจัดการ
    2. ความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับ
      1. บทบาทหน้าที่ของตน
      2. ธุรกิจของบริษัท
      3. กลยุทธ์ของบริษัท
    3. คณะกรรมการและฝ่ายบริหารมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
    4. บริษัทย่อยและอนุกรรมการต่างๆ ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
    5. คณะกรรมการได้จัดสรรเวลาในการพิจารณาเรื่องต่างๆ เหล่านี้อย่างเพียงพอและเหมาะสม
      • นโยบายและทิศทางของบริษัท
      • ผลการดำเนินงานของบริษัท
      • แนวทางแก้ไขการดำเนินงาน หากไม่เป็นไปตามที่กำหนด
    6. คณะกรรมการมีการเตรียมตัวก่อนการประชุมทุกครั้ง
    7. คณะกรรมการสามารถแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นอิสระ
    8. คณะกรรมการแสดงความเห็นอย่างเป็นกลาง
    9. ประธานกรรมการเปิดโอกาสและสนับสนุนให้กรรมการทุกท่านแสดงความเห็นอย่างเป็นอิสระ
    10. คณะกรรมการเห็นว่าผู้ลงทุนมีความเชื่อมั่นในคณะกรรมการ
    11. การปฏิบัติเรื่องการกำกับดูแลกิจการของบริษัทเป็นที่ยอมรับในหมู่พนักงานบริษัทหมู่พนักงานบริษัท ทั้งนี้ เลขานุการบริษัทจะจัดส่งแบบประเมินให้กรรมการบริษัททุกท่านประเมินในทุกสิ้นปี และเป็นผู้รวบรวม และรายงานสรุปผลต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณารับทราบและหารือกันเป็นประจำทุกปี
  8. แผนการสืบทอดตำแหน่ง
    บริษัทฯ ได้เล็งเห็นความจำเป็นและความสำคัญของการจัดให้มีแผนสืบทอดตำแหน่ง บริษัทฯ จึงได้ทำแผน สืบทอดตำแหน่งที่ครอบคลุมตำแหน่งผู้บริหารที่สำคัญ โดยทำการคัดเลือกบุคคลที่จะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้บริหารดังกล่าว ทำการพัฒนาฝึกอบรม เพื่อเตรียมความพร้อมให้สามารถรองรับตำแหน่งได้ในอนาคต และเพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทฯ มีผู้บริหารที่มี ความรู้ ความสามารถ ที่จะสืบทอดตำแหน่งที่สำคัญต่อไปในอนาคต
     
  9. การบริหารความเสี่ยง
    บริษัทฯ จะมอบหมายให้คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการจัดตั้งคณะทำงาน ซึ่งประกอบไปด้วยผู้บริหารของบริษัทฯ โดยคณะทำงานดังกล่าวจะร่วมกันประชุม และประเมินความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร ทั้งที่เกิดจาก ปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในอย่างสม่ำเสมอ และจะทำการวิเคราะห์ถึงปัจจัยความเสี่ยงต่างๆ โอกาสเกิดและระดับความรุนแรง ของผลกระทบ พร้อมทั้งร่วมกันกำหนดมาตรการบริหารความเสี่ยงและผู้รับผิดชอบ โดยคณะทำงานที่ได้รับมอบหมายจะคอยดูแล ติดตามความเสี่ยงตามแผนที่ได้วางไว้ โดยความร่วมมือและประสานงานจากหน่วยงานฝ่ายต่างๆ และรายงานผลให้กับคณะ กรรมการบริหารความเสี่ยงรับทราบ จากนั้น คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงจะทำ หน้าที่ประเมินประสิทธิภาพของการบริหารความ เสี่ยงแล้วรายงานให้คณะกรรมการบริษัททราบ อย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อช่วยให้ทราบจุดอ่อนและปรับปรุงนโยบายให้มีประสิทธิภาพ ดีขึ้น