สารจากประธานกลุ่ม

ดิฉันเชื่อว่าความก้าวหน้าของเทคโนโลยีได้มาถึงจุดที่ทำให้รูปแบบการดำเนินชีวิต และการประกอบธุรกิจต้องเตรียมความพร้อมสำหรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ซึ่งดิฉันมั่นใจว่าผู้ชนะของการดำเนินธุรกิจในอนาคต คือ การผสมผสาน แพลตฟอร์มทางธุรกิจ (Business Platform) เดิม ซึ่งคือ โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Base) กับการใช้เทคโนโลยีเพื่อต่อยอดธุรกิจ

ปี 2560 ถือเป็นปีที่กลุ่มบริษัทฯ ประสบความสำเร็จในแง่ผลประกอบการที่มีกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่ก่อตั้งกลุ่มบริษัทฯ โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 3,266 ล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 13 เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นผลจากการเกื้อหนุนกันของกลุ่มธุรกิจหลักของบริษัทฯ ทั้ง 4 กลุ่ม ได้แก่ ธุรกิจโลจิสติกส์ (Logistics Hub) ธุรกิจการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม (Industrial Development Hub) ธุรกิจการให้บริการสาธารณูปโภคและพลังงาน (Utilities & Power Hub) และธุรกิจการให้บริการด้านดิจิทัล (Digital Platform Hub) โดยกลุ่มบริษัทฯ ได้มีการขยายธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการต่อยอดจากธุรกิจเดิม ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทฯ สามารถเติบโตไปได้อย่างยั่งยืน และให้บริการลูกค้าอย่างครบวงจรตามปรัชญาธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ “Your Ultimate Solution Partner”

โดยกลุ่มธุรกิจหลักของบริษัทฯ ถือเป็นฟันเฟืองที่สำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมการผลิต การลงทุนทางตรงของนักลงทุนต่างประเทศ รวมถึงการลดต้นทุนทางโลจิสติกส์จากผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภค ดังนั้น บริษัทฯ จึงพร้อมที่จะตอบสนองและผลักดันต่อนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกของรัฐบาล (Eastern Economic Corridor: EEC) และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ของประเทศ เนื่องจากนโยบายดังกล่าวมีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของบริษัทฯ โดย 4 กลุ่มธุรกิจหลักของบริษัทฯ ล้วนสอดรับกับเป้าหมายและการพัฒนาของนโยบาย EEC ซึ่งเริ่มจากการกระตุ้นให้เกิดการลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการผลิตและเป็นศูนย์กลางในการผลิตและขนส่งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อไปสู่ภูมิภาคอื่นทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเชื่อมโยงอย่างไร้พรมแดนของ 4 ประเทศในกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขง ได้แก่ ประเทศกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม ซึ่งบริษัทพร้อมที่จะยกระดับนิคมอุตสาหกรรมให้เป็น Smart IE โดยบริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อที่จะนำมาใช้และควบคุมเพื่อให้เกิดการดำเนินงานสูงสุด อาทิเช่น การนำ Internet of Thing (IoT) มาใช้ในการให้บริการพื้นฐานแก่นิคมอุตสาหกรรม ในส่วนของคลังสินค้า โรงงาน และศูนย์กระจายสินค้าให้เช่า บริษัทฯ ได้มีศึกษาถึงการนำ Automation มาใช้ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการดำเนินงานของลูกค้า นอกจากนี้ แพลตฟอร์มที่บริษัทฯ ให้บริการลูกค้าในประเทศไทยสามารถนำไปใช้ในการขยายธุรกิจไปในต่างประเทศตามความต้องการของลูกค้าแต่ละประเทศ อาทิเช่น ในประเทศเวียดนามที่ให้ความสำคัญด้านการผลิต บริษัทฯ จึงได้เข้าไปลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม และให้บริการสาธารณูปโภคและไฟฟ้า สำหรับประเทศอินโดนีเซียที่ให้ความสำคัญด้านการลดต้นทุนของสินค้า บริษัทฯ จึงได้เข้าไปลงทุนด้านการพัฒนาคลังศูนย์กระจายสินค้าให้เช่า

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกให้นิคมอุตสาหกรรมที่เปิดดำเนินการแล้วในเขตพื้นที่ EEC ทั้ง 8 แห่ง ซึ่งจะทำให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ดีกว่าสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจาก BOI และครอบคลุมต่อบริษัทที่เข้ามาลงทุน และผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรต่างประเทศที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย สำหรับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิเช่น อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่

นอกจากนี้ ดิฉันเชื่อว่าความก้าวหน้าของเทคโนโลยีได้มาถึงจุดที่ทำให้รูปแบบการดำเนินชีวิตและการประกอบธุรกิจต้องเตรียมความพร้อมสำหรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ซึ่งดิฉันมั่นใจว่า ผู้ชนะของการดำเนินธุรกิจในอนาคต คือ การผสมผสานแพลตฟอร์มทางธุรกิจ (Business Platform) เดิม ซึ่งคือ โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Base) กับการใช้เทคโนโลยีเพื่อต่อยอดธุรกิจ เช่น ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System) ที่สามารถนำพลังงานไฟฟ้าที่ใกล้ตัวผู้บริโภคคือพลังงานแสงอาทิตย์มาให้บริการกับลูกค้า โดยทำให้ลูกค้าประหยัดต้นทุนจากหลังคา (Solar Rooftop) การต่อยอดธุรกิจโดยใช้ Blockchain Technology เพื่อสร้าง Ecosystem ให้กับลูกค้า โดยมีธุรกิจหลักของบริษัทฯ เป็นตัวกลางไม่ว่าจะเป็นนิคมอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ สาธารณูปโภคและพลังงาน ซึ่งมีแนวโน้มกระจาย (Decentralization) มากขึ้น โดยใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลที่บริษัทจัดตั้งเป็นตัวรองรับเทคโนโลยีดังกล่าว นอกจากนี้ บริษัทฯ พร้อมที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงและปรับโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) หลักเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

สุดท้ายนี้ ในฐานะของประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทฯ และตัวแทนของคณะกรรมการบริษัทฯ ดิฉันขอขอบพระคุณทุกๆ ฝ่าย ที่ให้การสนับสนุนธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ ให้มีความเจริญก้าวหน้า ทั้งท่านผู้ถือหุ้นที่ได้ให้ความไว้วางใจ ลูกค้าทุกท่านที่เลือกใช้บริการจากบริษัทฯ กลุ่มสถาบันการเงินที่สนับสนุนการเติบโตของบริษัทฯ พันธมิตรทางธุรกิจ รวมทั้งคณะกรรมการและคณะผู้บริหารทุกท่าน และพนักงานทุกคน ที่ได้ให้ความไว้วางใจและร่วมกันขับเคลื่อนบริษัทฯ ตลอดจนการสนับสนุนให้บริษัทฯ เติบโตและประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องตลอดมา ตลอด 15 ปีที่บริษัทฯ ได้มีการก่อตั้ง และในปี 2561 บริษัทฯ มั่นใจว่าบริษัทฯ จะมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าและเติบโตอย่างยั่งยืน และยังคงทุ่มเทและตั้งใจทำงานเพื่อสร้างคุณค่าแก่สังคม ผู้ถือหุ้นทุกท่าน ลูกค้า และผู้มีส่วนได้เสียทุกๆ ฝ่าย

คุณจรีพร จารุกรสกุล
ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม
บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)